กิจการเพื่อสังคม a-chieve

กิจการเพื่อสังคม a-chieve

กิจการเพื่อสังคม a-chieve ต้องการเป็นพื้นที่ที่เปิดให้เด็กมัธยมได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการรู้จักและเข้าใจตนเอง ทำความรู้จักกับอาชีพรอบตัว โดยทีมงานได้ทำการเชื่อมโยงเด็กมัธยมที่ต้องการค้นหาคำตอบหรือมีข้อสงสัยเข้ากับพี่ต้นแบบอาชีพที่เป็นคนทำงานในสายอาชีพต่างๆ ผ่านการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่จะทำให้เด็กมัธยมเข้าใจเนื้อหาหรือวิธีการคิดง่ายขึ้นและสามารถนำกลับไปใช้ได้ด้วยตนเอง

ปัญหาและที่มา

ในช่วงระดับมัธยมศึกษาเด็กมัธยมจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องเส้นทางการเรียนโดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับอาชีพและโลกการทำงานรอบตัวเลย นำมาซึ่งปัญหาการขาดแรงจูงใจในการเรียน การไม่มีความสุขในการเรียน การขาดความตั้งใจในการเรียนและการพัฒนาตนเอง ทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีความตั้งใจ มีความเคารพในอาชีพที่ทำ ละทิ้งศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากนี้ยังมีผลต่อสังคมในด้านอื่นๆ ที่เกิดจากการที่เด็กตัดสินใจเลือกสายอาชีพโดยมีข้อมูลไม่สมบูรณ์ทำให้เลือกแค่บางสายอาชีพ เลือกตามผู้ปกครอง เลือกตามเงิน เลือกตามกระแสสังคม ทำให้สังคมขาดความหลากหลายทางอาชีพ เกิดการล้นเกินในตลาดแรงงานบางสายงานและขาดแคลนมากๆ ในบางสายงาน สาเหตุของปัญหามาจากการที่เด็กๆ ขาดข้อมูลสำหรับช่วยในการตัดสินใจ เห็นตัวเลือกในการประกอบอาชีพน้อยเกินไป ขาดประสบการณ์ในการเรียนรู้เพื่อทำความรู้จักตนเองและรู้จักอาชีพรอบตัว ทำให้เด็กๆ มองไม่เห็นถึงเส้นทางและโอกาสในอนาคต

ทางแก้ปัญหา

สร้างให้เกิดกระบวนการแนะแนวอาชีพขึ้นมาในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนให้เด็กมัธยมเข้าถึงการเรียนรู้เรื่องแนะแนวอาชีพและค้นพบอาชีพที่อยากจะทำก่อนที่จะทำการตัดสินใจเลือกสายการเรียน (ในช่วงม.3 และ ม.6) กิจกรรมที่ a-chieve ดำเนินการอยู่มีหลายรูปแบบ อาทิเช่น กิจกรรม a-chieve shadow: โตแล้วไปไหน? ที่เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบ job shadow คือ การส่งเด็กมัธยมเข้าไปสังเกตการในที่ทำงานของอาชีพที่พวกเขาสนใจเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์, กิจกรรม openworld: เปิดโลกสายอาชีพที่เป็นการบรรยายข้อมูลอาชีพของพี่ต้นแบบจากสายอาชีพต่างๆ, กิจกรรม talk ชิด with พี่ต้นแบบอาชีพ ที่เป็นวงพูดคุยขนาดเล็กเพื่อ ถาม ตอบ ระยะประชิดระหว่างเด็กมัธยมกับพี่ต้นแบบอาชีพ, เทศกาลแนะแนวอาชีพ ฟักฝันเฟส เทศกาลสำหรับการรู้จักตนเองและเรียนรู้อาชีพรอบตัวของเด็กมัธยมทั่วประเทศ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมของ a-chieve ได้จาก www.a-chieve.org)

วิธีการทำงาน

ในแต่ละกิจกรรมเราจะทำการประสานงานกับพี่ต้นแบบอาชีพเพื่อเชิญพี่ต้นแบบมาเป็นอาสาสมัครในการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาชีพ ความรู้และทัศนคติในการประกอบอาชีพในรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละกิจกรรม เช่น นั่งคุย ถาม ตอบ, การบรรยายพูดคุย, การเปิดโอกาสให้เด็ก job shadow อาชีพ โดยในแต่ละกิจกรรม a-chieve จะทำการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่จัช่วยให้เด็กมัธยมเรียนรู้จากพี่ต้นแบบได้ดีที่สุด เช่น workshop เตรียมความพร้อม, เอกสารคู่มือประกอบกิจกรรม ฯลฯ นอกจากนี้ในการประสานงานกับพี่ต้นแบบอาชีพแต่ละท่าน ทีมงานยังได้มีการเข้าไปสัมภาษณ์ข้อมูลอาชีพและบันทึกสื่อ VDO เพื่อนำมาสร้างเป็นฐานข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ a-chieve.org อีกด้วย

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

: กิจกรรม a-chieve shadow: โตแล้วไปไหน? มีผลการดำเนินกิจกรรมที่น่าสนใจหลายเรื่อง ดังนี

  1. เด็กมัธยมที่เคยผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งสิ้น 287 คน ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้ เพราะเห็นว่าตนต้องการโอกาสในการเข้าไปทำความรู้จักกับอาชีพที่ตนสนใจด้วยประสบการณ์ตรงของตนเอง ซึ่งไม่สามารถหากิจกรรมในรูปแบบนี้ได้จากที่อื่น และข้อมูลที่มีในอินเทอร์เน็ตก็กระจัดกระจายและไม่เพียงพอต่อการเรียนรู้ จากจำนวน 287 คน ที่เคยเข้าร่วมนั้น มากกว่า 90% ให้ความคิดเห็นว่ากิจกรรมนี้ช่วงให้พวกเขามีการเติบโต มีความรับผิดชอบ มีความตั้งใจในการเรียนและการพัฒนาตนเองมากขึ้น เพราะบางส่วนเกิดความมั่นใจว่าอาชีพนี้คืออาชีพที่ตนอยากจะทำให้ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน หรือบางส่วนให้ความคิดเห็นว่า การได้เห็นว่าโลกการทำงานนั้นมีบรรยากาศอย่างไร ต้องใช้ความสามารถอะไรบ้าง ทำให้เขาตระหนักได้ว่าจะต้องเริ่มพัฒนาตนเองตั้งแต่ปัจจุบันนี้
  2. เด็กมัธยมที่เข้าร่วมกิจกรรม มีสัดส่วนที่มาจากเด็กในพื้นที่ต่างจังหวัด ถึงเกือบ 50%
  3. กิจกรรมนี้ มีเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพ จำนวน 35-40 องค์กร/คน ที่ยินดีเข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ทำความรู้จักกับอาชีพต่างๆ

: ริเริ่มกิจกรรมในรูปแบบการบรรยายข้อมูลอาชีพโดยพี่ๆ ต้นแบบอาชีพคนทำงานจริง อีกหลายโครงการ อาทิ openworld: เปิดโลกสายอาชีพ จำนวน 5 ครั้ง (และดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงปีปัจจุบัน), talk ชิด ที่เป็นวงพูดคุยขนาดเล็กกับพี่ต้นแบบ อีก 2 ครั้ง สำหรับกิจกรรม openworld: เปิดโลกสายอาชีพ เป็นต้น

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ขยายกิจกรรมด้านการแนะแนวอาชีพออกไปทั่วประเทศ และสร้างฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์ให้รองรับการเรียนรู้เรื่องการแนะแนวอาชีพของเด็กมัธยม และห้องแนะแนวทั่วประเทศ

วิธีการวัดและตัวชี้วัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทีมงานทำการวัดการเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กที่เข้าร่วมผ่านผลงานที่เด็กที่เข้าร่วมกระบวนการได้เขียนถอดบทเรียนขึ้น, จากใบประเมิน, และจากการสัมภาษณ์พูดคุยภายหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมไปแล้ว โดยทีมงานมองหา 3 เรื่องใหญ่ๆ จากตัวเด็กแต่ละคน คือ วิธีการในการทำความรู้จักกับตนเอง รียนรู้อาชีพ และวิธีคิดที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกอาชีพของเด็กแต่ละคนว่ามีวิธีคิดเหมือนกับที่เรียนรู้จากกิจกรรมไปหรือไม่, ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและข้อมูลอาชีพที่ได้เรียนรู้มากขึ้น, แรงบันดาลใจและความสนใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองที่เพิ่มมากขึ้น, ทักษะการใช้ชีวิตและการทำงานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทีมงานยังวัดผลกิจกรรมผ่านตัวพี่ต้นแบบอาชีพที่เป็นอาสาสมัครมาเข้าร่วมกิจกรรมกับเรา โดยการสัมภาษณ์ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมถึงความยินดีที่จะมาเข้าร่วมเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพที่ถ่ายทอดข้อมูลอาชีพให้กับเด็กมัธยมในโอกาสหน้า

ทรัพยากรจำเป็นต่อการขยายผลและนำไปใช้

ทรัพยากรด้านคน :  

การสนับสนุนที่ a-chieve ต้องการแบ่งออกเป็น ทรัพยากรด้านคน – อาสาสมัครที่จะช่วยงาน โดยเฉพาะด้านการขายและด้าน IT เนื่องจาก ทีมงานขาดความถนัดในเรื่องการขายงานซึ่งเงินสปอนเซอร์ที่ได้จากการขายงานถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักของแหล่งรายได้ ดังนั้นการไม่มีคนที่ถนัดด้านการขายงานหมายถึงการขาดเงินรายได้ส่วนหนึ่งไป ส่วนคนทำงานด้าน IT เนื่องจากในอีกด้านหนึ่ง a-chieve ต้องสร้างฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์สำหรับสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองซึ่งไม่ใช่แค่เป็นแหล่งข้อมูลแต่จะต้องเป็นระบบที่สนับสนุนการเรียนรู้ และมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้เป็น application ซึ่งต้องใช้ความสามารถเฉพาะในการดำเนินงาน

ทรัพยากรด้านภาคีเครือข่าย : 

โรงเรียนมัธยมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อกระจายข่าวสารและเนื้อหาที่ a-chieve มีสู่เด็กมัธยมในวงกว้างต่อไป องค์กรธุรกิจ ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่สนใจจะมาเข้าร่วมสร้างเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพในรูปแบบต่างๆ

ทรัพยากรด้านองค์ความรู้  :   

ทรัพยากรด้านองค์ความรู้ – เนื่องจาก a-chieve มีกระบวนการเรียนรู้เป็นของตนเอง ซึ่งต้องการค้นคว้างานวิจัยมารองรับวิธีคิดหรือกระบวนการเรียนรู้ที่ออกแบบมาซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะด้าน เช่น กระบวนการค้นหาตนเอง, การลงพื้นที่ปฏิบัติเพื่อเรียนรู้เรื่องราวข้อมูลอาชีพ ฯลฯ เพื่อให้เกิดการยอมรับและยืนยันผลที่จะเกิดกับตัวเด็กมัธยมที่เข้าร่วมกิจกรรม จึงต้องมีการหางานวิจัยที่สามารถยืนยันผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากวิธีการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้

ทรัพยากรทางด้านเงินทุน :   

ทรัพยากรด้านเงินทุน – ในที่นี้หมายความถึงองค์กรหรือแหล่งทุนที่จะสนับสนุนงานในฐานะสปอนเซอร์ (ไม่ใช่เป็นการให้เปล่า) เพื่อสร้างสรรค์งานส่วนที่เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น เทศกาลฟักฝันเฟส ส่วนทรัพยากรด้านเงินทุนที่เป็นการให้เปล่า น่าจะเป็นเงินลงทุนเพื่อร่วมพัฒนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์ให้สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กมัธยมให้ดียิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาระบบเทคนิคและระบบต่างๆ ของเว็บไซต์

องค์กรผู้รับผิดชอบโครงการ : นายนรินทร์ จิตต์ปราณีชัย
กิจการเพื่อสังคม a-chieve | กิจการเพื่อสังคม/บริษัท จำกัด