ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์- ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์- ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ในประเทศไทย มีพันธกิจหลักในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำงานเพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลง และมีความเชื่อร่วมกันว่า การสร้างผู้นำที่ดีที่สุดคือการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านงานการสอน การให้โอกาสคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง และเห็นความสำคัญในการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทย เป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่จะนำประสบการณ์ และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากห้องเรียนเป็นรากฐานสำคัญในการเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อไปในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม

ปัญหาและที่มา 

ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบในเชิงระบบรวมถึงโครงสร้างทางสังคม โดยปัจจัยที่มีส่วนต่อปัญหาดังกล่าวมากที่สุดเกิดจากปัจจัยเชิงระบบ เช่น การประเมินผลการเรียนไม่สอดคล้องกับผลสำเร็จของนักเรียน การจัดสรรเวลาเรียนให้กับวิชาหลักเพียง 8% แต่ใช้เวลาในห้องเรียนยาวนานกว่าประเทศอื่นๆ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาและค่าครองชีพมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เยาวชนที่มีรายได้น้อยจำเป็นต้องออกจากระบบการศึกษาเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว นำไปสู่โอกาสการทำงานและคุณภาพชีวิตที่จำกัด รวมถึงค่านิยมที่ฝังรากลึก เช่น การที่พบว่าเยาวชนส่วนใหญ่ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้เนื่องจากมองไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา รวมถึงทัศนคติที่มีต่อวิชาชีพครู ซึ่งเป็นผลให้ขาดบุคลากรที่ศักยภาพสูงในภาคการศึกษา

ทางแก้ปัญหา

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เชื่อว่าหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือการเริ่มต้นจากทรัพยากรที่มีศักยภาพสูง ผู้ที่ตระหนักในปัญหาและมีความเป็นผู้นำ ซึ่งพร้อมจะแปรศักยภาพของตนเองมาสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาของประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งสร้าง “เครือข่ายผู้นำ” ที่เข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน โรงเรียน และในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบใน 2 ระดับ คือ ผลกระทบระยะสั้นผ่านการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน และผลกระทบระยะยาวผ่านเครือข่ายศษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง

วิธีการทำงาน

คัดเลือกบุคคลที่มีศักยภาพสูง ที่นอกจากจะมีผลการเรียนที่ดีแล้ว ยังต้องประกอบด้วยคุณสมบัติความเป็นผู้นำ 8 ด้าน ได้แก่ ความเป็นผู้นำ ทักษะการสื่อสาร การวางแผนบริหารจัดการ การคิดแบบมีวิจารณญาณ  ความอ่อนน้อมถ่อมตนและเข้าใจผู้อื่น  ความมุ่งมั่นอดทนและไม่ย่อท้อ  ความเข้าใจตนเอง  และความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ขององค์กร

ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่การสอน พวกเขาจะได้รับการอบรมเตรียมความพร้อมเป็นระยะเวลา 6-8 สัปดาห์ และได้รับการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำตลอดระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาสังคมอย่างลึกซึ้ง และมีจิตใต้สำนึกและตระหนักถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหาการศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่การสอนในโรงเรียนที่ขาดแคลนครูเป็นเวลา 2 ปี ในฐานะ ‘ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ ที่มีหน้าที่ในการสร้างแรงจูงใจ สนับสนุน และผลักดันให้เด็กนักเรียนประสบความสำเร็จ และมีพัฒนาการอย่างเต็มศักยภาพของตนเอง

โดยในระยะแรกของการปฏิบัติงานโครงการ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์มีกลยุทธ์ในการมอบหมายให้ครูผู้นำฯ สอนนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เนื่องด้วยช่วงมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นระดับการศึกษาสูงสุดตามการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่เป็นจุดกำหนดเส้นทางทางเดินของนักเรียนกลุ่มนี้ทั้งในเรื่องของการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพในอนาคต เมื่อประเมินจากการทรัพยากรต่างๆ ของโครงการที่มีอยู่อย่างจำกัด ในระยะแรกครูผู้นำฯ  จึงมีภารกิจในการเปลี่ยนชีวิตนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่ที่ต้องการการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงสุด

ซึ่งภายหลังการปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 2 ปี ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์จะมอบหมายให้ครูผู้นำฯ รุ่นถัดไปเข้าปฏิบัติการสอนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อจากครูผู้นำฯ รุ่นก่อนหน้า เพื่อคงไว้ซึ่งผลลัพธ์เชิงบวกโดยครูผู้นำฯ ที่มีต่อห้องเรียน โรงเรียน และชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยที่ครูผู้นำฯ ผู้ปฏิบัติงานสำเร็จภายหลัง 2 ปีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Ambassador Network) ในหลากหลายสาขาและอาชีพที่ร่วมกันสร้างความเท่าเทียมทางสังคม ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาของประเทศอย่างเป็นระบบ

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

  • ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 1 ทั้ง 28 คน ได้ครบกำหนดการทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะเวลา 2 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 28 คนได้เข้าไปสอน 3 วิชา (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ) ในโรงเรียนขยายโอกาสในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้งหมด 14 โรงเรียน เข้าถึงนักเรียนทั้งสิ้น 4,045 คน โดยแบ่งเป็น
    • ระดับชั้นมัธยมปีที่ 1 ทั้งหมด 24 ห้อง (19%)
    • ระดับชั้นมัธยมปีที่ 2 ทั้งหมด 52 ห้อง (41%)
    • ระดับชั้นมัธยมปีที่ 3 ทั้งหมด 51 ห้อง (40%)
  • ภายหลังจากจบโครงการ 2 ปี 35% ของครูผู้นำฯ รุ่น 1 ได้ตัดสินใจเลือกทำงานต่อในภาคสังคม 30% สมัครศึกษาต่อในระดับปริญญาโททั้งในและต่างประเทศ 20% สนใจทำงานต่อในภาคเอกชน และ 15% มีความต้องการริเริ่มกิจการเพื่อสังคมของตนเอง (Social Enterprise)
  • การรับสมัครโครงการฯ ในรุ่นที่ 3 ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการเป็นรุ่นที่ 3 โดยเปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 – 5 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจร่วมโครงการและลงทะเบียนให้ข้อมูลเบื้องต้นเป็นจำนวน 1,660 คน ซึ่งมีผู้กรอกใบสมัครแบบสมบูรณ์เป็นจำนวน 802 คน และเป็นผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือกเป็นจำนวน 301 คน โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น 85 คน และในจำนวนเหล่านี้เป็นผู้ที่่ผ่านเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 62 คน สำหรับในปีที่ 3 นี้มีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้สมัครในรุ่นปี 2558 เป็นร้อยละ 39 และมีสัดส่วนของผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นร้อยละ 11 ของจำนวนผู้ส่งใบสมัครทั้งหมด
  • ในด้านของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (Academic Achievement) พัฒนาการของคะแนน O-NET ปี 2557 สำหรับห้องเรียนที่ครูทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ สอนในระดับชั้นมัธยมปีที่ 3 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใน 2 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ โดยเฉลี่ยที่ 15.89% ซึ่งสูงกว่าห้องเรียนอื่น 5.18% และ วิทยาศาสตร์ โดยเฉลี่ยที่ 5.57% ซึ่งสูงกว่าห้องเรียนอื่น 3.39%
  • จากการสำรวจข้อมูลจากโรงเรียนในเครือข่ายทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ที่มีการเก็บสถิติการศึกษาต่อ พบว่าจำนวนนักเรียนที่ไม่ศึกษาต่อ (Drop-out rate) ในปี 2558 ลดลงถึง 10% เมื่อเทียบกับปีการศึกษาก่อนหน้า

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

o   ศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง

การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังดำเนินต่อไปแม้หลังจบ 2 ปีของการเข้าร่วมโครงการฯ ประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับจะช่วยสร้างทักษะการทำงาน ทักษะความเป็นผู้นำ รวมถึงความเข้าใจถึงปัญหาสังคมอย่างถ่องแท้ และเป็น จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาเหล่านี้ โดยศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง จะกระจายอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคมและร่วมกันผลักดันการแก้ปัญหาการศึกษา ตามบทบาท ความถนัด และความสามารถ

o   การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจะต้องเกิดขึ้นผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ซึ่งหมายถึง การพัฒนานโยบายการศึกษา การเข้าถึงสาธารณสุขที่ดีและทั่วถึง การแก้ไขปัญหาความยากจน ชุมชนแออัด การแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ชุมชนแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นส้าหรับเด็กนักเรียน ซึ่งทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ มุ่งหวังให้เกิดขึ้นผ่านการขับเคลื่อนของเครือข่ายศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่น ที่จะร่วมสานต่อวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

วิธีการวัดและตัวชี้วัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ผลลัพธ์ในระยะสั้นเราสามารถวัดได้โดยการเทียบคะแนนเฉลี่ย O-NET ของนักเรียนในห้องครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเปรียบเทียบกับนักเรียนในห้องอื่นที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน เรายังมีแบบสอบถามเพื่อวัดอุปนิสัยและแรงบันดาลใจของนักเรียนเพื่อดูว่าคุณครูของเราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากผลการเรียนหรือไม่

ทรัพยากรจำเป็นต่อการขยายผลและนำไปใช้

ทรัพยากรด้านคน :  –

ทรัพยากรด้านภาคีเครือข่าย : 

  • การสนับสนุนการพัฒนาโครงการและศักยภาพของครูผู้นำการเปลี่ยนเปลี่ยนจากเครือข่ายภาคเอกชน
  • โรงเรียนในเขตกทม.ที่จะรับคุณครูของเราเข้าไปสอน (12 โรงเรียน คุณครู 3 คนต่อโรงเรียน) เป็นระยะเวลา 2 ปี

ทรัพยากรด้านองค์ความรู้  :   –

ทรัพยากรทางด้านเงินทุน :   

การสนับสนุนเงินเดือนครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 3 คนละ 18,000 บาทต่อเดือน จำนวน 36 คน ระยะเวลา 2 ปี   จำนวนเงินรวม 15,552,000 บาท

องค์กรผู้รับผิดชอบโครงการ : 

มูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ก่อตั้งขึ้นด้วยความเชื่อว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ เยาวชนไทยทุกคนควรได้รับและเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเพียงพอและเท่าเทียม ทางมูลนิธิฯ จึงมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความไม่เสมอภาคทางการศึกษาในประเทศไทย ด้วยการมุ่งสร้างกลุ่มผู้นำที่จะเป็นแกนสำคัญเพื่อสร้างและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้การศึกษาไทย สังคมไทย และประเทศไทย