โครงการสื่อสารความรู้เพื่อสันติภาพชายแดนใต้

โครงการสื่อสารความรู้เพื่อสันติภาพชายแดนใต้

โครงการสื่อสารความรู้เพื่อสันติภาพชายแดนใต้ มุ่งไปที่การสื่อสารความรู้และความพยายามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้เห็นช่องทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อสร้างความหวังต่อการสร้างสันติภาพให้กับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะคนในที่ต้องเผชิญอยู่กับความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการนำเสนอของสื่อในปัจจุบันมักนำเสนอแต่ข่าวความรุนแรงและการสูญเสีย แต่มองไม่เห็นช่องทางหรือความหวังในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

ปัญหาและที่มา

โครงการสื่อสารความรู้เพื่อสันติภาพชายแดนใต้ มุ่งไปที่การสื่อสารความรู้และความพยายามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้เห็นช่องทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อสร้างความหวังต่อการสร้างสันติภาพให้กับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะคนในที่ต้องเผชิญอยู่กับความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการนำเสนอของสื่อในปัจจุบันมักนำเสนอแต่ข่าวความรุนแรงและการสูญเสีย แต่มองไม่เห็นช่องทางหรือความหวังในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (Deep South Journalism School: DSJ) ก่อตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2553 เป็นโครงการภายใต้ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) มีภารกิจหลัก 2 ประการ คือ การจัดอบรมนักข่าวรุ่นใหม่ซึ่งเป็นคนในจังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้การประสานงานของเครือข่ายสื่อประชาสังคมชายแดนใต้ และการผลิตข่าวในประเด็นยุทธศาสตร์ของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
สำหรับการฝึกอบรมนักข่าวรุ่นใหม่นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วหลายรุ่น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้อบรมไปแล้วรวมกว่า 90 คน หลายคนได้นำความรู้และประสบการที่ได้ไปดำเนินการต่อ เช่น มีการเปิดสำนักข่าวใหม่ รวมทั้งการเขียนงานมานำเสนอเป็นระยะๆ
ส่วนการผลิตข่าวในประเด็นยุทธศาสตร์ของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มี 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.ความยุติธรรม ซึ่งรวมถึงประเด็นสิทธิมนุษยชน เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการสูญเสียและผลกระทบตามมากอีกมากมาย ขณะเดียวกันก็มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษอยู่ในพื้นที่ด้วย ซึ่งเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมไปละเมิดสิทธิประชาชน ซึ่งยิ่งก่อให้เกิดความเกลียดชังและกลายเป็นเงื่อนไขของความรุนแรงต่อไปไม่รู้จบ ซึ่งผลการนำเสนอข่าวของโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ในหลายกรณีนำไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงกระบวนการยุติธรรม หรือการค้นหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น กรณีปุโละปุโยหรือกรณีทุ่งยางแดง เป็นต้น รวมทั้งการนำเสนอเกี่ยวกับกลไกยุติธรรมทางเลือกเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ด้วย
2.ประเด็นการกระจายอำนาจ โดยพยามนำเสนอช่องทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างการเมืองการปกครองในพื้นที่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการใช้ความรุนแรง โดยเชื่อมโยงกับงานความรู้และบทเรียนการแก้ปัญหาความขัดแย้งจากที่ต่างๆในโลก และความพยายามจากคนในในการเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย ซึ่งจุดเริ่มต้นของมีการดำเนินกระบวนการสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2556 ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากการนำเสนอความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ต้องการให้เกิดการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยกระบวนการสันติภาพ กระทั่งรัฐบาลได้กำหนดให้การพูดคุยเพื่อสันติสุขเป็นนโยบายหลักในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเหตุนี้ทางโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้จึงได้กำหนดให้ประเด็นสันติภาพเป็นประเด็นยุทธศาสตร์หลักในการนำเสนอแทนเรื่องการกระจายอำนาจอย่างเดียว
3.ประเด็นเกี่ยวกับภาคประชาสังคมในพื้นที่ ซึ่งต้องยอมรับว่าภาคประชาสังคมในพื้นที่มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดกระบวนการสันติภาพหรือความพยายามให้มีการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนในเรื่องกระบวนการสันติภาพโดยตรงหรือประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องภาษา อัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ ทรัพยากร สิทธิมนุษยชน เป็นต้น ตัวอย่างเช่น กรณีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอัตลักษณ์ภาษามลายู จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นภาษาของการก่อการร้าย แต่ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดให้มีนโยบายในการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ภาษามลายูของคนในพื้นที่ควบคู่กับภาษาไทยแล้ว ขณะเดียวกันภาคประชาสังคมเองก็มีส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างระดับนโยบายกับระดับประชาชนรากหญ้าเพื่อให้แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีกระจายไปยังภาคฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายเชิงสังคม/การวัดความสำเร็จ
1.เพื่อให้สังคมไทยโดยรวมสนใจและติดตามการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยกระบวนการสันติภาพ รวมไปถึงเข้าใจและหนุนเสริมให้เกิดกระบวนการสันติภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้คู่ขัดแย้งหลักมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะแก้ไขความขัดแย้งด้วยกระบวนการสันติภาพต่อไปอย่างยั่งยืน โดยการหนุนเสริมจากมวลชนทุกฝ่าย
2.เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้ความรุนแรงไปสู่แนวทางสันติวิธีมากขึ้นจากทุกฝ่ายและทุกระดับ
3.เพื่อสร้างกระแสให้สื่อกระแสหลักสนใจนำเสนอข่าวกระบวนการสันติภาพมากขึ้นจากทุกระดับ ไม่นำเสนอเฉพาะกระบวนการสันติภาพจากระดับคู่ขัดแย้งหลักเท่านั้น
4.เพื่อสร้างความหวังให้กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยกระบวนการสันติภาพมากกว่าการใช้กำลังอย่างเดียวจากคู่ขัดแย้งหลักทุกฝ่าย และให้คู่ขัดแย้งหลักทุกฝ่ายมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะแก้ไขความขัดแย้งด้วยกระบวนการสันติภาพต่อไปอย่างยั่งยืน

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

มุ่งให้มีการเปิดพื้นที่สาธารณะที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและกระบวนการสันติภาพในทุกฝ่ายและทุกระดับ โดยมีการพูดถึงปัญหารากเหง้าของปัญหาอย่างกว้างขวางเพื่อนำไปสู่การหาทางออกของปัญหาโดยสันติวิธี ไม้ว่าจะเป็นปัญหาความคับข้องใจต่างๆของคนใน ปัญหาสิทธิมนุษยชน ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นต้น เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ของสังคมไทยโดยรวมต่อปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาแบบใหม่ๆที่ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาทางทหารและการปราบปรามอย่างเดียว เป็นการสื่อสารเพื่อเปิดพื้นที่สร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพให้กับทุกกลุ่มทุกฝ่าย และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากที่สุดและเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำไปสู่การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคประชาชนในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ เพราะภาคประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความรุนแรงและมีส่วนได้เสียมากที่สุดกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นต้น

ทรัพยากรจำเป็นต่อการขยายผลและนำไปใช้

ทรัพยากรด้านคน :  

ต้องการนักสื่อสาร/นักข่าว ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการสื่อสารสันติภาพ/วารสารศาสตร์สันติภาพและวารสารศาสตร์สงคราม เข้าใจเรื่องการจัดการความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพ มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษและการแปล ด้านภาษามลายูและการแปล ขณะเดียวกันยังมีความรู้หรือพร้อมที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหารากเหง้าของความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีภาระหน้าที่ในการ 1.การเขียนข่าวสารสันติภาพ 2.การแปลภาษาอังกฤษ-ไทย 3.การแปลภาษามลายู-ไทย

ทรัพยากรด้านภาคีเครือข่าย : 

ต้องการให้แจ้งเมื่อจากมีการจัดกิจกรรมหรือเวทีสาธารณะหรือเวทีความรู้เกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งหรือกระบวนการสันติภาพ เพื่อรายงานข่าวเกี่ยวกับความรู้สันติภาพจากเวทีดังกล่าวด้วย รวมทั้งการให้ความร่วมมือในการให้สัมภาษณ์หรือทำข่าวเกี่ยวกับบทบาทขององค์กรเครือข่ายด้านการจัดการความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพ หรือช่วยติดต่อประสานงาน อำนวยความสะดวกในการติดต่อขอสัมภาษณ์ตัวแทนองค์กรต่างๆเพื่อการสื่อสารสันติภาพ รวมทั้งการจัดล่ามแปลภาษากรณีที่มีการจัดเวทีภาษาต่างประเทศ ตลอดจนการเขียนข่าวหรือบทความที่เกี่ยวข้องมานำเสนอตามช่องทางต่างๆของโครงการ ขณะเดียวกันช่วยส่งตัวแทนหรือติดต่อประสานงานผู้เข้าร่วมกรณีทางโครงการจัดกิจกรรมต่างๆด้วย

ทรัพยากรด้านองค์ความรู้  :   

ต้องการให้สนับสนุนความรู้สันติภาพในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความรู้เฉพาะทางหลายอย่างที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำมาใช้ประกอบในงานเขียน เช่น ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรมทางเลือก การเมืองระหว่างประเทศ การเมืองการปกครอง ฯลฯ โดยการให้นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆ มาให้ความรู้แก่นักข่าวหรือทีมงานโครงการ เช่นการเปิดห้องเรียนบรรยายหรือการให้โอกาสซักถามเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าว การจัดเอกสารความรู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ การเชิญเข้าร่วมเวทีหรือฟังการบรรยายสาธารณะในหัวข้องที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาในกิจกรรมต่างๆของโครงการ เพื่อให้การสื่อสารสันติภาพเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม สามารถสร้างความเข้าใจให้กับสังคมในวงกว้างได้ง่ายและรวดเร็ว

ทรัพยากรทางด้านเงินทุน :   

เนื่องจากโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ อยู่ภายใต้ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร โดยทำงานบนพื้นฐานหลัก 3 ประการ คือ งานความรู้ งานสื่อสาร และงานขับเคลื่อนความรู้ ซึ่งโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้รับผิดชอบด้านงานการสื่อสารและจากบทเรียนจาการทำงานที่ผ่านมาพบว่า งานการสี่อสารไม่อาจแยกออกจากการสร้างสันติภาพได้ แต่การทำงานลักษณ์นี้จะเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เพื่อให้การสื่อสารความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสันติภาพได้กระจายไปถึงคนในสังคม จึงต้องการเงินทุนสนับสนุนทั้งงานการสื่อสารและงานการขับเคลื่อนความรู้สันติภาพไปพร้อมกันด้วย
โดยต้องการขอรับเงินทุนสนับสนุนสำหรับการดำเนินโครงการในระยะ 1 ปีแรก เป็นเงิน 1,560,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.งานการสื่อสาร ประกอบด้วย ค่าตอบแทนชิ้นงาน, ค่าใช้จ่ายในการผลิตชิ้นงาน, ค่าใช้จ่ายประชุมทีมงาน และค่าวัสดุใช้สอย เป็นเงิน 300,000 บาท
2.สนับสนุนการจัดเวทีขับเคลื่อนการสื่อสารความรู้สันติภาพ รวม 3 ครั้ง ประกอบด้วย ค่าเดินทาง, ค่าตอบแทน, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าประสานงาน และค่าสถานที่ เป็นเงิน 240,000 บาท
3.งานแปล ประกอบด้วยค่าแปลซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม และค่าตรวจต้นฉบับแปลโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นเงิน 300,000 บาท
4.ค่าตอบแทนคณะทำงานหลัก 4 คน ประกอบด้วย หัวหน้าโครงการ/บรรณาธิการ 2.ผู้ช่วยหัวหน้าโครงการ /รีไรต์เตอร์ 3.คณะทำงาน/นักข่าว 4.ผู้ประสานงานโครงการ/นักข่าว เป็นเงิน 480,000 บาท
5.งานบริหารจัดการและสำนักงาน ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายด้านการเงินการบัญชี, ค่าเช่าอุปกรณ์สำนักงาน และ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด/วัสดุใช้สอย เป็นเงิน 240,000 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,560,000 บาท

องค์กรผู้รับผิดชอบโครงการ : โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้