โตไปไม่โกง

โตไปไม่โกง

โครงการอบรมครู เพื่อไปปลูกฝังเยาวชนให้มีค่านิยมความดี 5 ประการ ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตสาธารณะ รักความเป็นธรรมทางสังคมกระทำ…อย่างรับผิดชอบ และเป็นอยู่อย่างพอเพียง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

ปัญหาและที่มา

การทุจริตคอร์รัปชันถือเป็นปัญหาที่ทำลายสังคมไทยอย่างรุนแรงและฝังรากลึก เป็นปัญหาที่สะท้อนวิกฤติการณ์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคม ในขณะที่ทัศนคติของเยาวชนต่อพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งสะท้อนผ่าน “ผลวิจัยคนไทยมอนิเตอร์ 2557เสียงเยาวชนไทย (Youth Today)” ซึ่งสำรวจเยาวชน4,000 คน อายุ 15-24 ปีทั่วประเทศ พบว่า ร้อยละ 81เคยลอกข้อสอบหรือให้เพื่อนลอก และส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ผิดมาก และร้อยละ 18 เคยให้เงินตำรวจเพื่อหลีกเลี่ยงใบสั่ง อย่างไรก็ดี ผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ประจำปี 2557 ประเทศไทยได้อันดับที่ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งถือว่าเป็นอันดับที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านับเป็นผลมาจากการที่หลายภาคส่วนได้พยายามมีส่วนร่วมที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศ เช่นเดียวกับที่โครงการนี้มุ่งเน้นการปลูกฝังทัศนคติให้ประชาชนมีความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม ความเป็นธรรม และมีจิตสาธารณะ ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างสังคมที่ปลอดจากการคอร์รัปชัน และต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก

ทางแก้ปัญหา

ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก และการรู้เท่าทันด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในโรงเรียน ด้วยการจัดอบรมครู ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการหล่อหลอมเด็กนักเรียนให้มีค่านิยมที่ถูกต้องที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ได้ผลที่สุด

วิธีการทำงาน
จัดการอบรมครูทั้ง ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นรุ่น รุ่นละ 150-200 คน เป็นเวลา 2 วันการอบรมภาคทฤษฎีประกอบด้วยความเข้าใจในสาระหลักสูตรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ด้วยค่านิยมความดี 5 ประการ ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตสาธารณะ รักความเป็นธรรมทางสังคม กระทำอย่างรับผิดชอบ และเป็นอยู่อย่างพอเพียงจากนั้น การอบรมภาคปฏิบัติ จะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยเพื่อการเรียนรู้ประมาณกลุ่มละ 50 คน มีการใช้สื่อและเทคนิคการเรียนการสอนของหลักสูตร ได้แก่ การเล่านิทาน การใช้ละคร บทบาทสมมติ กิจกรรมการเล่น กิจกรรมการเรียนรู้ การใช้ศิลปะ การสอนให้คิดเชิงวิเคราะห์และสร้างสรรค์ การใช้หนังสือประกอบหลักสูตร การใช้ดนตรีและบทเพลง

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน 

ปัจจุบันได้มีการนำหลักสูตรไปใช้กว่า 600 โรงเรียนโดยสามารถสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึง ม.6 และมีการติดตามให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ มีการจัดการอบรมครูไปแล้วประมาณ 6,000 คน ทั้งโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนในเครือการศึกษาคาทอลิกโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ทั่วประเทศ

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

เด็กและเยาวชนเปลี่ยนแปลงค่านิยม ยึดมั่นคุณค่าความดี 5 ประการ มีควมซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ รักความเป็นธรรม กระทำอย่างรับผิดชอบ และอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

วิธีการวัดและตัวชี้วัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ตัวชี้วัดสามารถประเมินได้จากนโยบาย หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนต่างๆ ของโรงเรียน และประเมินพฤติกรรมของนักเรียนที่เปลี่ยนแปลงไปตามคุณค่าความดี 5 ประการ ในหลักสูตร “โตไปไม่โกง”

 

ทรัพยากรจำเป็นต่อการขยายผลและนำไปใชh

คน :

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ด้านการละคร การเล่านิทาน ด้านดนตรี ที่จะช่วยเสริมการสอนอย่างสร้างสรรค์ และด้านคอมพิวเตอร์และเทคนิค ซึ่งระบบเทคโนโลยีในการสื่อสารสมัยใหม่ จะช่วยในการพัฒนาสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถโต้ตอบระหว่างนักเรียนและครูได้อย่างสนุกและสร้างสรรค์ และการผลิตสื่อรณรงค์

เครือข่าย :

เครือข่ายด้านโรงเรียน ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับการสรรหาครูเข้ารับการอบรม และการทำกิจกรรมต่อเนื่องกับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ

องค์ความรู้:  – 

ทุน :

6,000 บาท/คน เป็นค่าอบรมครู (รวมสื่อในการเรียนการสอน) หรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิตสื่อการเรียนการสอนในหลักสูตร หรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดทำสื่อรณรงค์และการประชาสัมพันธ์

องค์กรผู้รับผิดชอบโครงการ  : มูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย