โครงการ HandUp Network

โครงการ HandUp Network

HandUp Network เครือข่าย Pro Bono Volunteer ตัวกลางเชื่อมโยงบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจที่ต้องการพัฒนาตนเองผ่านการเรียนรู้มิติเชิงสังคม กับองค์กรภาคสังคมที่ต้องการเพิ่มศักยภาพให้องค์กรของตนเองเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยอาสาสมัครจะได้ใช้ทักษะความถนัดของตนช่วยพัฒนาองค์กรภาคสังคมให้ทำงานแก้ไขปัญหาทางสังคมนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมากไปกว่าผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงาน บุคคลจากภาคเอกชนและภาคสังคมได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีต่อกัน เป็นการเรียนรู้ข้ามสายงานที่พัฒนาภายในตนเองสืบไป

ปัญหาและที่มา

ปัจจุบันองค์กรภาคสังคมต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน เเละสถานการณ์ทางสังคมที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

การแก้ไขปัญหาทางสังคมจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถ ความร่วมมือระหว่างหลายองค์กรและการปรับตัวอย่างมากเพื่อให้เท่าทันกับปัญหาในยุคสมัยปัจจุบัน หลายต่อหลายองค์กรในภาคสังคมไม่สามารถว่าจ้างบุคลากรที่มีทักษะได้ตรงตามที่ต้องการ รวมไปถึงงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรของตนเองนั้นก็มีอย่างจำกัด (หรือบางองค์กรแทบไม่มีงบประมาณนส่วนนี้เลย) ทำให้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานั้นนับวันจะยิ่งตอบสนองต่อปัญหาได้ลดลง

ทางแก้ปัญหา

เชื่อมต่อบุคคล (อาสาสมัคร) ที่พร้อมเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือโครงการเพื่อสังคมทั้งในระดับบุคคลเเละระดับองค์กร

การพัฒนาโครงการอาสาสมัคร อาสาถนัด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรภาคสังคม” (Capacity Building) ที่สนุก และมีความท้าท้าย เราเชื่อว่าหากอาสาสมัครได้ทำงานอาสาที่ตอบโจทย์ พัฒนาความสามารถ อาสาสมัครได้ลองใช้ความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือสังคม 

วิธีการทำงาน

  1. การเข้าไปศึกษาความเป็นองค์กรนั้น ๆ ด้วยความร่วมมือกับทีมร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ มูลนิธิเพื่อคนไทย G-Lab และกลุ่ม Thai Young Philanthropist Netowork(TYPN) โดยได้พัฒนากระบวนการทำงานตั้งแต่ชุดคำถามเพื่อทำความเข้าใจองค์กร คิดและวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาองค์กรและกิจกรรมต่างๆร่วมกัน จนกระทั่งศึกษาความเป็นไปได้ หลังจากนั้นจึงนำมาออกแบบเป็นโครงการอาสาถนัด Pro Bono Volunteer ที่มีความน่าสนใจ สามารถตอบโจทย์ด้านการพัฒนาทักษะของอาสาสมัครจากภาคธุรกิจ และช่วยองค์กรภาคสังคมไปพร้อมๆกัน
  2. Handup Network จะทำหน้าที่เสมือนฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้กับองค์กรภาคสังคม คัดเลือกอาสาสมัครจากองค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีความเหมาะสมกับโครงการนั้นๆ มารวมทีมทำงานในแต่ละตำแหน่งที่ได้ออกแบบไว้
  3. มีการจัดฝึกอบรมเบื้องต้นสำหรับอาสาสมัคร สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน อันนำพาให้ผู้คนจากหลายภาคส่วนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
  4. การจัดกระบวนการให้อาสาสมัครช่วยกันระดมความคิด แบ่งปันความรู้และสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่องค์กรภาคสังคมภายในระยะเวลาที่กำหนด
  5. หลังจบกระบวนการ Output ที่ได้คือ กระบวนการวิธีการพัฒนาองค์กร และทีมอาสาสมัคร ถ่ายทอดแผนงานให้แก่องค์กรได้เริ่มลงมือทำ โดยมีทีมอาสาสมัครคอยช่วยดูแลให้คำปรึกษาอยู่เป็นระยะ

 สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน 

  • ปัจจุบัน Handup Network เริ่มดำเนินการมาประมาณ 1 ปี โดยรับรางวัลชนะเลิศ แผนธุรกิจเพื่อสังคมจากโครงการ Banpu Champion For Change#5 และได้สร้างสรรค์โครงการอาสาสมัคร Pro Bono กับองค์กรภาคสังคมไปแล้วทั้งสิ้น 7 โครงการด้วยกัน
  • (โครงการหนึ่งจะดำเนินการร่วมกับองค์กรภาคสังคม เป็นระยะเวลา 3 เดือน)
  • มีอาสาสมัครที่สมัครเข้ามาจากองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนชั้นนำในประเทศไทย กว่า 300 คน

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม 

Hand Up มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมของกลุ่มคนที่มีความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสังคมจากจุดที่ตนเองสามารถทำได้ไปด้วยกัน เราจะเป็นกระบอกเสียงสื่อสารต่อคนในสังคมให้ได้รับรู้ว่าสิ่งเล็กน้อยที่แต่ละคนยกมือขึ้นมาช่วยกันนั้น ได้สร้างแรงเคลื่อนไหวแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมอย่างไร เพื่อให้ผู้คนอีกมากได้เข้าถึง เข้าใจและอยากเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น นำไปสู่สังคมที่ทุนนิยมอยู่ร่วมกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

วิธีการวัดและตัวชี้วัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทางด้านบุคคล การทำงานอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคม และกลุ่มบุคคลต่างๆที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้านนั้น นอกจากทำให้บุคคลนั้นมีโอกาสในการใช้ความสามารถของตนเองให้เป็นประโยชน์แล้วยังเป็นการพัฒนาความรู้ทักษะต่างๆมากขึ้นอีก โดยเฉพาะในทางปฏิบัติ เนื่องด้วยอาสาสมัครจะต้องประยุกต์ความรู้ความสามารถที่ตนมีกับปัญหา หรือสถานการณ์จริงให้ได้ ซึ่งเชื่อได้ว่า ประสบการณ์เหล่านั้นอาจเปรียบเสมือนการฝึกงานในอีกมุมมองหนึ่ง หรือจะนำประสบการณ์ Volunteer Work นี้ไปใช้ประกอบในการสมัครงานก็ได้

ทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ การประเมินจำนวนอาสาสมัคร ที่ปฏิบัติงานอาสาถนัด เราคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดให้ คนที่มีความเชี่ยวชาญมาทำงานอาสามากขึ้นในปีต่อไป อย่างน้อย 100 คน บนสมมุติฐานเฉลี่ยของอาสาสมัครเป็น 4 วันต่อเดือน  ในขณะที่การทำงานอาสาที่ใช้ทักษะเฉพาะมีมูลค่าสูง ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับมูลค่าในตลาดของทักษะเฉพาะนั้น แต่เราตั้งสมมติฐานเป็นค่าเฉลี่ยที่ค่าจ้างวันละ 800 บาท ซึ่งจะสามารถเกิดเป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจได้สูงถึงปีละ 800 บาท * 4 วันต่อเดือน * 12 เดือน * 100 คน

รวมทั้งสิ้นภาคสังคมสามารถประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจได้สูงถึงปีละ    =     3,840,000 (สามล้านแปดแสนสี่หมื่นบาท) ต่อปี

ทรัพยากรจำเป็นต่อการขยายผลและนำไปใช้

ทรัพยากรด้านคน : อาสาสมัครเพื่อพัฒนาองค์กร Hand up

ทรัพยากรด้านเครือข่าย

ต้องการพัฒนาระบบงานอาสาสมัครสำหรับองค์กรภาคธุรกิจ ดังนั้นหากองค์กรของท่านมีความสนใจอยากจะยกระดับการทำงาน CSR ของท่านให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ก็สามารถทำได้ทั้งติดต่อเราโดยตรงเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน หรือการส่งทีมพนักงานมาพัฒนาสังคมร่วมกันกับ Hand up

ทรัพยากรด้านองค์ความรู้

  1. องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี
  2. องค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์โครงการ
  3. องค์ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ และการสร้างภาพลักษณ์องค์กร

ทรัพยากรทางด้านเงินทุน : จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงปีแรก โดยแบ่งออกเป็นค่าจ้างพนักงานเพิ่ม ค่าใช้จ่ายในกระบวนการทำงาน ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าใช้จ่ายในการทำงานวิจัย  ในปัจจุบัน Handup Netowrk ช่วยพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรภาคสังคม โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากภาคสังคมและอาสาสมัครที่เข้าร่วม