กิจการเพื่อสังคม a-chieve

การศึกษา/พัฒนาเยาวชน
a-chieve_logo

เกี่ยวกับโครงการ

กิจการเพื่อสังคม a-chieve ต้องการเป็นพื้นที่ที่เปิดให้เด็กมัธยมได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการรู้จักและเข้าใจตนเอง ทำความรู้จักกับอาชีพรอบตัว โดยทีมงานได้ทำการเชื่อมโยงเด็กมัธยมที่ต้องการค้นหาคำตอบหรือมีข้อสงสัยเข้ากับพี่ต้นแบบอาชีพที่เป็นคนทำงานในสายอาชีพต่างๆ ผ่านการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่จะทำให้เด็กมัธยมเข้าใจเนื้อหาหรือวิธีการคิดง่ายขึ้นและสามารถนำกลับไปใช้ได้ด้วยตนเอง

ปัญหาและที่มา (Why)

ในช่วงระดับมัธยมศึกษาเด็กมัธยมจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องเส้นทางการเรียนโดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับอาชีพและโลกการทำงานรอบตัวเลย นำมาซึ่งปัญหาการขาดแรงจูงใจในการเรียน การไม่มีความสุขในการเรียน การขาดความตั้งใจในการเรียนและการพัฒนาตนเอง ทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีความตั้งใจ มีความเคารพในอาชีพที่ทำ ละทิ้งศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากนี้ยังมีผลต่อสังคมในด้านอื่นๆ ที่เกิดจากการที่เด็กตัดสินใจเลือกสายอาชีพโดยมีข้อมูลไม่สมบูรณ์ทำให้เลือกแค่บางสายอาชีพ เลือกตามผู้ปกครอง เลือกตามเงิน เลือกตามกระแสสังคม ทำให้สังคมขาดความหลากหลายทางอาชีพ เกิดการล้นเกินในตลาดแรงงานบางสายงานและขาดแคลนมากๆ ในบางสายงาน สาเหตุของปัญหามาจากการที่เด็กๆ ขาดข้อมูลสำหรับช่วยในการตัดสินใจ เห็นตัวเลือกในการประกอบอาชีพน้อยเกินไป ขาดประสบการณ์ในการเรียนรู้เพื่อทำความรู้จักตนเองและรู้จักอาชีพรอบตัว ทำให้เด็กๆ มองไม่เห็นถึงเส้นทางและโอกาสในอนาคต สถานการณ์ของปัญหายังมีสาเหตุมาจากความเข้าใจเกี่ยวกับการแนะแนวอาชีพที่แคบเกินไปจนมุ่งให้ข้อมูลเพียงแค่ข้อมูลการศึกษาต่อซึ่งเป็นเนื้อหาที่แคบเกินกว่าที่เด็กจะได้รับข้อมูลที่เพียงพอ รวมถึงมาตรฐานงานแนะแนวที่ไม่เท่ากันของทั่วประเทศ ทำให้เด็กๆ ในบางพื้นที่ถูกทิ้งให้ตัดสินใจเส้นทางการเรียน เส้นทางชีวิตด้วยตัวเขาเอง ซึ่งส่งผลต่อชีวิตอย่างยิ่งใหญ่มาก ซึ่งถ้าหากมองเปรียบเทียบกับประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาหรือประเทศในแถบยุโรปบางประเทศ เขาจะมีกระบวนการแนะแนวโดยเริ่มที่การแนะแนวอาชีพเพื่อให้เด็กๆ เกิดเป้าหมายอาชีพเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยนำการแนะแนวเส้นทางการเรียนมาให้เด็กได้รู้เพิ่มเติมว่าสิ่งที่พวกเขาอยากจะเป็นนั้นต้องมีเส้นทางการเรียนและการเตรียมตัวอย่างไร แต่ในประเทศไทยไม่มีการ

ทางแก้ปัญหา (How)

ทางแก้ไขปัญหา คือ การต้องสร้างให้เกิดกระบวนการแนะแนวอาชีพขึ้นมาในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนให้เด็กมัธยมเข้าถึงการเรียนรู้เรื่องแนะแนวอาชีพและค้นพบอาชีพที่อยากจะทำก่อนที่จะทำการตัดสินใจเลือกสายการเรียน (ในช่วงม.3 และ ม.6) กิจกรรมที่ a-chieve ดำเนินการอยู่มีหลายรูปแบบ อาทิเช่น กิจกรรม a-chieve shadow: โตแล้วไปไหน? ที่เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบ job shadow คือ การส่งเด็กมัธยมเข้าไปสังเกตการในที่ทำงานของอาชีพที่พวกเขาสนใจเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์, กิจกรรม openworld: เปิดโลกสายอาชีพที่เป็นการบรรยายข้อมูลอาชีพของพี่ต้นแบบจากสายอาชีพต่างๆ, กิจกรรม talk ชิด with พี่ต้นแบบอาชีพ ที่เป็นวงพูดคุยขนาดเล็กเพื่อ ถาม ตอบ ระยะประชิดระหว่างเด็กมัธยมกับพี่ต้นแบบอาชีพ, เทศกาลแนะแนวอาชีพ ฟักฝันเฟส เทศกาลสำหรับการรู้จักตนเองและเรียนรู้อาชีพรอบตัวของเด็กมัธยมทั่วประเทศ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมของ a-chieve ได้จาก www.a-chieve.org) a-chieve ดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ได้โดยใช้วิธีการเชื่อมโยงเด็กมัธยมเข้ากับพี่ต้นแบบอาชีพซึ่งเป็นคนที่กำลังทำงานอยู่ในสายอาชีพแต่ละสายอาชีพที่ยินดีช่วย (อาสาสมัคร) สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กมัธยมผ่านรูปแบบการเรียนณู้ต่างๆ ที่มีในแต่ละกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้รู้จักอาชีพที่สนใจมากขึ้น นอกจากการดำเนินกิจกรรมแนะแนวอาชีพไปเรื่อยๆ แล้ว a-chieve ยังมีการรวบรวมข้อมูลอาชีพ และข้อมูลที่สำคัญต่อการเรียนรู้จากแต่ละกิจกรรมมาใส่ในเว็บไซต์เพื่อสร้างเป็นฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์ที่สนับสนุนการค้นคว้าข้อมูลของเด็กมัธยมและครูแนะแนวทั่วประเทศเพื่อช่วยให้เด็กมัธยมทั่วประเทศเข้าถึงข้อมูลอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน

วิธีการทำงาน

ในแต่ละกิจกรรมเราจะทำการประสานงานกับพี่ต้นแบบอาชีพเพื่อเชิญพี่ต้นแบบมาเป็นอาสาสมัครในการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาชีพ ความรู้และทัศนคติในการประกอบอาชีพในรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละกิจกรรม เช่น นั่งคุย ถาม ตอบ, การบรรยายพูดคุย, การเปิดโอกาสให้เด็ก job shadow อาชีพ โดยในแต่ละกิจกรรม a-chieve จะทำการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่จัช่วยให้เด็กมัธยมเรียนรู้จากพี่ต้นแบบได้ดีที่สุด เช่น workshop เตรียมความพร้อม, เอกสารคู่มือประกอบกิจกรรม ฯลฯ นอกจากนี้ในการประสานงานกับพี่ต้นแบบอาชีพแต่ละท่าน ทีมงานยังได้มีการเข้าไปสัมภาษณ์ข้อมูลอาชีพและบันทึกสื่อ VDO เพื่อนำมาสร้างเป็นฐานข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ a-chieve.org อีกด้วย

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

   

ในส่วนของกิจกรรม a-chieve shadow: โตแล้วไปไหน? มีผลการดำเนินกิจกรรมที่น่าสนใจหลายเรื่อง ดังนี้
  1. เด็กมัธยมที่เคยผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งสิ้น 287 คน ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้ เพราะเห็นว่าตนต้องการโอกาสในการเข้าไปทำความรู้จักกับอาชีพที่ตนสนใจด้วยประสบการณ์ตรงของตนเอง ซึ่งไม่สามารถหากิจกรรมในรูปแบบนี้ได้จากที่อื่น และข้อมูลที่มีในอินเทอร์เน็ตก็กระจัดกระจายและไม่เพียงพอต่อการเรียนรู้
จากจำนวน 287 คน ที่เคยเข้าร่วมนั้น มากกว่า 90% ให้ความคิดเห็นว่ากิจกรรมนี้ช่วงให้พวกเขามีการเติบโต มีความรับผิดชอบ มีความตั้งใจในการเรียนและการพัฒนาตนเองมากขึ้น เพราะบางส่วนเกิดความมั่นใจว่าอาชีพนี้คืออาชีพที่ตนอยากจะทำให้ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน หรือบางส่วนให้ความคิดเห็นว่า การได้เห็นว่าโลกการทำงานนั้นมีบรรยากาศอย่างไร ต้องใช้ความสามารถอะไรบ้าง ทำให้เขาตระหนักได้ว่าจะต้องเริ่มพัฒนาตนเองตั้งแต่ปัจจุบันนี้
  1. เด็กมัธยมที่เข้าร่วมกิจกรรม มีสัดส่วนที่มาจากเด็กในพื้นที่ต่างจังหวัด ถึงเกือบ 50%
  2. กิจกรรมนี้ มีเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพ จำนวน 35-40 องค์กร/คน ที่ยินดีเข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ทำความรู้จักกับอาชีพต่างๆ
: ริเริ่มกิจกรรมในรูปแบบการบรรยายข้อมูลอาชีพโดยพี่ๆ ต้นแบบอาชีพคนทำงานจริง อีกหลายโครงการ อาทิ openworld: เปิดโลกสายอาชีพ จำนวน 5 ครั้ง (และดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงปีปัจจุบัน), talk ชิด ที่เป็นวงพูดคุยขนาดเล็กกับพี่ต้นแบบ อีก 2 ครั้ง สำหรับกิจกรรม openworld: เปิดโลกสายอาชีพ จาก 5 ครั้งนั้น มีผู้เข้าร่วมรวมกันเกือบ 1,000 คน (รวมู้ปกครองด้วย) ที่สมัครเข้ามาร่วมกิจกรรม และจากการสำรวจความคิดเห็นถึงสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมต่างบอกว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ที่ช่วยในการตัดสินใจของพวดเขาเป็นอย่างมาก และอยากจะให้มีการจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกสายอาชีพ : ริเริ่มค่ายแนะแนว ด้วยการร่วมมือกับ ห้องแนะแนวโรงเรียนสาธิตฯ ปทุมวัน และจัดค่ายแนะแนวอีก 2 ครั้ง ให้กับเด็กมัธยมในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.สระแก้ว ด้วยการร่วมมือกับ มศว. (ส่วนของโพธิวิชชาลัย) : ได้รับการสนับสนุนจาก Adecco Group มูลค่า 2,500,000 บาท สำหรับจัดเทศกาลแนะแนวอาชีพครั้งแรกในประเทศไทย ชื่อว่า ฟักฝันเฟส รองรับเด็กมัธยมจากทั่วประเทศ กว่า 3,000 คน ซึ่งมีผู้สมัครออนไลน์เข้ามามากกว่า 7,000 คน จาก 60 จังหวัดทั่วประเทศ ปัจจุบันนี้ a-chieve ได้มีการจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพข้างต้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก ขยายเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพและครูแนะแนว รวมถึงเป็นต้นแบบสำหรับกิจกรรมแนะแนวอาชีพ นอกจากกิจกรรมแนะแนวอาชีพแล้ว a-chieve ยังมีส่วนของเว็บไซต์ที่เกิดจากการรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากการดำเนินกิจกรรมในแต่ละครั้งมาสร้างขึ้นเป็นฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์เพื่อให้ a-chieve สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเรื่องแนะแนวอาชีพให้กับประเทศผ่านการสนับสนุนให้เด็กทั่วประเทศได้เข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนการเรียนและตัดสินใจเรื่องชีวิตในอนาคต ในส่วนของเว็บไซต์ที่ a-chieve กำลังพยายามสร้างขึ้นนี้ เราได้ค่อยๆ รวบรวมข้อมูลอาชีพจนปัจจุบันนี้เรามีข้อมูลอาชีพ จำนวน 34 อาชีพที่เผยแพร่ออนไลน์อยู่ โดยมีผู้เข้าใช้มาใช้งานฐานข้อมูลของเรามากกว่า 40,000 คน ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (เพิ่งเริ่มต้นในเดือนธันวาคม 2558) และก็มีเด็กๆ รวมถึงผู้ปกครองและครูแนะแนวเข้ามาถามถึงข้อมูลอาชีพอื่นๆ ที่ยังขาดอยู่อย่างต่อเนื่อง

   

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

แผนการดำเนินงานภายใน ปี 2559 มีเป้าหมายที่จะสร้างคลังข้อมูลอาชีพออนไลน์ที่ประกอบด้วยข้อมูลอาชีพจำนวน 250 -300 อาชีพ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องแนะแนวอาชีพในขั้นต้นให้กับเด็กมัธยม ก่อนที่จะพัฒนาระบบให้เอื้อต่อการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต โดยคลังข้อมูลที่ตั้งเป้าหมายไว้คาดว่าจะสามารถเข้าถึงเด็กมัธยมจากทั่วประเทศได้มากกว่า 1,000,000 คน และการเข้าใช้งานอีกด้านหนึ่งคือ การใช้งานโดยครูแนะแนวตามห้องแนะแนวของโรงเรียนต่างๆ ซึ่ง a-chieve ตั้งเป้าการขยายเครือข่ายห้องแนะแนวภายหลังจากการสร้างฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์ให้เสร็จสิ้น จำนวน 300-500 โรงเรียน ในช่วงปีแรกของฐานข้อมูล

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

แผนการดำเนินงานภายในปี 2561 มีเป้าหมายที่จะขยายกิจกิจกรรมต่างๆ ของ a-chieve เข้าสู่ต่างจังหวัดในภาคต่างๆ เช่น ภาคเหนือ(เชียงใหม่) ภาคอีสาน(อุบลราชธานี/ขอนแก่น) เป็นต้น และเริ่มนำกระบวนการของ a-chieve เข้าสู่ระบบการแนะแนวของโรงเรียนต่างๆ ในกรุงเทพฯ และนำเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อให้เด็กมัธยมทั่วประเทศสามารถเข้ามาค้นหาตัวเองและอาชีพในเว็บไซต์ a-chieve.org ด้วยตนเองได้

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

ขยายกิจกรรมด้านการแนะแนวอาชีพออกไปทั่วประเทศ และสร้างฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์ให้รองรับการเรียนรู้เรื่องการแนะแนวอาชีพของเด็กมัธยม และห้องแนะแนวทั่วประเทศ

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทีมงานทำการวัดการเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กที่เข้าร่วมผ่านผลงานที่เด็กที่เข้าร่วมกระบวนการได้เขียนถอดบทเรียนขึ้น, จากใบประเมิน, และจากการสัมภาษณ์พูดคุยภายหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมไปแล้ว โดยทีมงานมองหา 3 เรื่องใหญ่ๆ จากตัวเด็กแต่ละคน คือ วิธีการในการทำความรู้จักกับตนเอง รียนรู้อาชีพ และวิธีคิดที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกอาชีพของเด็กแต่ละคนว่ามีวิธีคิดเหมือนกับที่เรียนรู้จากกิจกรรมไปหรือไม่, ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและข้อมูลอาชีพที่ได้เรียนรู้มากขึ้น, แรงบันดาลใจและความสนใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองที่เพิ่มมากขึ้น, ทักษะการใช้ชีวิตและการทำงานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทีมงานยังวัดผลกิจกรรมผ่านตัวพี่ต้นแบบอาชีพที่เป็นอาสาสมัครมาเข้าร่วมกิจกรรมกับเรา โดยการสัมภาษณ์ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมถึงความยินดีที่จะมาเข้าร่วมเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพที่ถ่ายทอดข้อมูลอาชีพให้กับเด็กมัธยมในโอกาสหน้า

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

การสนับสนุนที่ a-chieve ต้องการแบ่งออกเป็น ทรัพยากรด้านคน - อาสาสมัครที่จะช่วยงาน โดยเฉพาะด้านการขายและด้าน IT เนื่องจาก ทีมงานขาดความถนัดในเรื่องการขายงานซึ่งเงินสปอนเซอร์ที่ได้จากการขายงานถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักของแหล่งรายได้ ดังนั้นการไม่มีคนที่ถนัดด้านการขายงานหมายถึงการขาดเงินรายได้ส่วนหนึ่งไป ส่วนคนทำงานด้าน IT เนื่องจากในอีกด้านหนึ่ง a-chieve ต้องสร้างฐานข้อมูลอาชีพออนไลน์สำหรับสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองซึ่งไม่ใช่แค่เป็นแหล่งข้อมูลแต่จะต้องเป็นระบบที่สนับสนุนการเรียนรู้ และมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้เป็น application ซึ่งต้องใช้ความสามารถเฉพาะในการดำเนินงาน

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

โรงเรียนมัธยมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อกระจายข่าวสารและเนื้อหาที่ a-chieve มีสู่เด็กมัธยมในวงกว้างต่อไป องค์กรธุรกิจ ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่สนใจจะมาเข้าร่วมสร้างเครือข่ายพี่ต้นแบบอาชีพในรูปแบบต่างๆ

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

ทรัพยากรด้านองค์ความรู้ - เนื่องจาก a-chieve มีกระบวนการเรียนรู้เป็นของตนเอง ซึ่งต้องการค้นคว้างานวิจัยมารองรับวิธีคิดหรือกระบวนการเรียนรู้ที่ออกแบบมาซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะด้าน เช่น กระบวนการค้นหาตนเอง, การลงพื้นที่ปฏิบัติเพื่อเรียนรู้เรื่องราวข้อมูลอาชีพ ฯลฯ เพื่อให้เกิดการยอมรับและยืนยันผลที่จะเกิดกับตัวเด็กมัธยมที่เข้าร่วมกิจกรรม จึงต้องมีการหางานวิจัยที่สามารถยืนยันผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากวิธีการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

ทรัพยากรด้านเงินทุน - ในที่นี้หมายความถึงองค์กรหรือแหล่งทุนที่จะสนับสนุนงานในฐานะสปอนเซอร์ (ไม่ใช่เป็นการให้เปล่า) เพื่อสร้างสรรค์งานส่วนที่เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น เทศกาลฟักฝันเฟส ส่วนทรัพยากรด้านเงินทุนที่เป็นการให้เปล่า น่าจะเป็นเงินลงทุนเพื่อร่วมพัฒนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์ให้สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กมัธยมให้ดียิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาระบบเทคนิคและระบบต่างๆ ของเว็บไซต์

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

     

ทีม a-chieve เริ่มต้นจากการรวมตัวกันในฐานะทีมนักศึกษาที่มีความใฝ่ฝันบนเส้นทางการประกอบอาชีพว่า อยากเดินบนเส้นทางของการประกอบอาชีพที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อคนรอบข้างและสังคม ดังนั้น ภายหลังจากที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงรวมตัวกันอย่างจริงจังเพื่อหาประเด็นสังคมที่กำลังเผชิญปัญหา ซึ่งได้คำตอบออกมาเป็นประเด็นการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญเรื่องหนึ่งของการพัฒนาประเทศ พวกเรามุ่งความสนใจไปที่ "การแนะแนวอาชีพ" หรือ "การค้นหาอาชีพที่อยากจะทำในอนาคต" ของเด็กๆ วัยมัธยม เพราะเด็กๆ หลายคนที่พวกเราได้มีโอกาสคุยด้วย ไม่มีคำตอบ ไม่มีประกายตาแห่งพลังความมุ่งมั่น และไม่มีความกระตือรือร้นในการลงมือทำหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ เมื่อพวกเราถามว่า มีเป้าหมายอะไรในชีวิต? หรือ ในอนาคตอยากจะทำอะไร? ซึ่ง เป้าหมายชีวิต หรือ สิ่งที่อยากทำในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวของเด็กๆ และสร้างการเห็นคุณค่าในตนเอง รวมถึงเห็นบทบาท ความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อคนรอบข้างและสังคม ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา a-chieve ดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งในฐานะกลุ่มนักศึกษา และในฐานะ a-chieve ดังนี้ : ในช่วงกำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย – ทีมงานจัดค่ายอาสาพัฒนาชนบทของคณะเศรษฐศาสตร์ และค่ายเรียนรู้อื่นๆ (ตลอด 4 ปี มีจำนวนมากกว่า 10 ครั้ง) : ในช่วงปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย เขียนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้การสนับสนุนของ Bitish council, a day และ Youth Venture จำนวน 2 โครงการ คือ Cool Bus Cool Smile ที่เป็นการจัดประกวดการวาดรูปป้ายโฆษณาข้างรถเมลเพื่อชวนคนขึ้นรถเมลให้มากขึ้น โดยได้นำไป paint บนรถเมลจริงและวิ่งใช้งานจริง จำนวน 3 คัน (มีการจัดงานเปิดตัวโดย ขสมก. ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) และโครงการ แน่จริงแค่ 1,000 บาท ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยช่วยกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อนสลายกำลังคลื่น ณ หมู่บ้านขุนสมุทรจีน ทีมงานของกิจการเพื่อสังคม a-chieve มีจุดเด่นหรือมีความสามารถในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กมัธยมซึ่งเกิดจากการสะสมประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมในรูปแบบของค่ายหรือกิจกรรมต่างๆ มาตลอดระยะเวลา เกือบ 10 ปี (ในฐานะ a-chieve 5 ปี และช่วงที่เป็นนักศึกษาอีก 3-4 ปี) ซึ่งเรื่องที่ทีมงานให้ความสนใจเป็นหลัก คือ งานพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เป้าหมายในการดำเนินงานของทีมงานของทีมงาน คือ การพยายามสร้างกระบวนการแนะแนวอาชีพที่มีประสิทธิภาพสำหรับรองรับการเรียนรู้ของเด็กมัธยมทั่วประเทศ โดยพัฒนา a-chieve ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการแนะแนวอาชีพที่ช่วยให้เด็กทั่วประเทศ ครูแนะแนว หรือผู้ปกครอง สามารถมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลด้านการแนะแนวอาชีพ, สื่อการเรียนการสอน หรือการคำปรึกษา อย่างเท่าเทียมกันให้ได้

   

เจ้าของโครงการ

นายนรินทร์ จิตต์ปราณีชัย
กิจการเพื่อสังคม a-chieve
กิจการเพื่อสังคม/บริษัท จำกัด

ข้อมูลติดต่อ

n.jitpraneechai@a-chieve.org
087-610-2391
http://www.a-chieve.org
https://www.facebook.com/achieve.org

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน