คนกล้าคืนถิ่น

ระบบนิเวศอาหารยั่งยืน
Picture for CBT

เกี่ยวกับโครงการ

จากปัญหาวิกฤติของเกษตรกรจนทำให้รายย่อยอ่อนล้า พึ่งตนเองไม่ได้ ไม่คุ้มค่าคุ้มทุน ต้องสูญเสียที่ดิน ละทิ้งถิ่นฐาน ปล่อยให้คนชราและเด็กอยู่กันตามลำพัง จนทำให้การพัฒนาในชนบทขาดพลัง แม้ปัจจุบันจะมีรูปธรรมความสำเร็จของการพึ่งตนเองได้ในรูปแบบต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่เมื่อเทียบกับเกษตรกรทั่วประเทศก็ถือเป็นส่วนน้อย การส่งเสริมแก้ไขยังตามไม่ทันปัญหาที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การร่วมไม้ร่วมมือผนึกกำลังจนได้พลังมากพอถึงขั้นเกิดเป็นมวลเปลี่ยนวิกฤติ (Critical Mass) ขนาดพลิกฟื้นวิกฤติได้ ภาคส่วนต่าง ๆ จึงร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” เพื่อสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเองได้อย่างมั่งคั่ง พอเพียง สมดุลกับการใช้ทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิผลและสอดคล้องกับกระแสสังคมที่เบื่อหน่าย หมดหวังกับความสุดโต่งของความเจริญด้านวัตถุในปัจจุบัน เพื่อกลับไปเป็นต้นแบบและผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ในท้องถิ่น โดยผู้ผ่านกระบวนการ บ่มเพาะ หนุนเสริม ร่วมคิดพาลงมือทำและติดตามเป็นพี่เลี้ยงจนสัมฤทธิ์ผล จะได้นำเอาสิ่งที่ได้ทดลองลงมือทำจริงเป็นประสบการณ์ตรงไปต่อยอด สร้างการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในชุมชนท้องถิ่นต่อไป
โครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” สานพลังร่วมขับเคลื่อนจากกว่า ๒๐ องค์กรเครือข่ายเพื่อปลดล็อคการพัฒนาท้องถิ่นชนบทโดยการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนคนหนุ่มสาวให้คืนถิ่นมาร่วมพิสูจน์การพึ่งตนได้อย่างมั่นคงเพื่อช่วยเสริมพลังที่อ่อนล้าของคนชราและเด็กในชนบท โดยเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป เป็นผู้มีความตั้งใจจริงที่จะใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการอบรมบ่มเพาะ ๕ วัน จากนั้นจะคัดผู้ที่เข้าอบรมมาลงมือปฏิบัติพร้อมกับการเรียนรู้การแก้ปัญหาในพื้นที่จริงเป็นเวลา ๕ เดือน ในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม – กันยายน ๒๕๕๘ โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากกูรูและรับการสนับสนุนปัจจัยเพื่อการผลิต ให้คนกล้าได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนา เพื่อยืนหยัดใช้วิถีเกษตรแบบพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

ปัญหาและที่มา (Why)

จากปัญหาวิกฤติของเกษตรกรจนทำให้รายย่อยอ่อนล้า พึ่งตนเองไม่ได้ ไม่คุ้มค่าคุ้มทุน ต้องสูญเสียที่ดิน ละทิ้งถิ่นฐาน ปล่อยให้คนชราและเด็กอยู่กันตามลำพัง จนทำให้การพัฒนาในชนบทขาดพลัง แม้ปัจจุบันจะมีรูปธรรมความสำเร็จของการพึ่งตนเองได้ในรูปแบบต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่เมื่อเทียบกับเกษตรกรทั่วประเทศก็ถือเป็นส่วนน้อย การส่งเสริมแก้ไขยังตามไม่ทันปัญหาที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การร่วมไม้ร่วมมือผนึกกำลังจนได้พลังมากพอถึงขั้นเกิดเป็นมวลเปลี่ยนวิกฤติ (Critical Mass) ขนาดพลิกฟื้นวิกฤติได้ ภาคส่วนต่าง ๆ จึงร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” เพื่อสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเองได้อย่างมั่งคั่ง พอเพียง สมดุลกับการใช้ทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิผลและสอดคล้องกับกระแสสังคมที่เบื่อหน่าย หมดหวังกับความสุดโต่งของความเจริญด้านวัตถุในปัจจุบัน เพื่อกลับไปเป็นต้นแบบและผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ในท้องถิ่น โดยผู้ผ่านกระบวนการ บ่มเพาะ หนุนเสริม ร่วมคิดพาลงมือทำและติดตามเป็นพี่เลี้ยงจนสัมฤทธิ์ผล จะได้นำเอาสิ่งที่ได้ทดลองลงมือทำจริงเป็นประสบการณ์ตรงไปต่อยอด สร้างการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในชุมชนท้องถิ่นต่อไป

ทางแก้ปัญหา (How)

โครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” สานพลังร่วมขับเคลื่อนจากกว่า ๒๐ องค์กรเครือข่ายเพื่อปลดล็อคการพัฒนาท้องถิ่นชนบทโดยการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนคนหนุ่มสาวให้คืนถิ่นมาร่วมพิสูจน์การพึ่งตนได้อย่างมั่นคงเพื่อช่วยเสริมพลังที่อ่อนล้าของคนชราและเด็กในชนบท โดยเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป เป็นผู้มีความตั้งใจจริงที่จะใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการอบรมบ่มเพาะ ๕ วัน จากนั้นจะคัดผู้ที่เข้าอบรมมาลงมือปฏิบัติพร้อมกับการเรียนรู้การแก้ปัญหาในพื้นที่จริงเป็นเวลา ๕ เดือน ในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม – กันยายน ๒๕๕๘ โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากกูรูและรับการสนับสนุนปัจจัยเพื่อการผลิต ให้คนกล้าได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนา เพื่อยืนหยัดใช้วิถีเกษตรแบบพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

วิธีการทำงาน

• เชิญชวนองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมขับเคลื่อน ประชุมเตรียมการ วางแผนงาน จัดเตรียมกำลังบุคคลากรเดือนมกราคม ๒๕๕๘ • เปิดรับสมัคร คนกล้า คืนถิ่น ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ • ประชุมเดินหน้าโครงการ “คนกล้า คืนถิ่น” (Kick-Off Meeting) ณ สโมสรกองทัพบก วิภาวดี • สัมมนากระบวนกรรอบที่ ๑ วันที่ ๑๒-๑๕ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี • ปิดรับสมัคร คนกล้าคืนถิ่น วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๘ • กระบวนการบ่มเพาะ (Incubate) คนกล้าคืนถิ่น รุ่น ๑ รอบ ๒๒-๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘ • สัมมนากระบวนกร รอบที่ ๒ วันที่ ๒๖-๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริและศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพภาคเหนือ (ศกร.ฯ ๐๔๔๘) ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ • กระบวนการบ่มเพาะ (Incubate) คนกล้าคืนถิ่นรุ่นที่ ๑ รอบ ๓-๗ เมษายน ๒๕๕๘ • ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ, คณะทำงานกลุ่มย่อย (๙ เมษายน ๒๕๕๘) ณ สำนักงานบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อสรุปและติดตามเรื่องต่าง ๆ ดังนี้  การบริหารการเงิน  การตลาด  การบริหารจัดการข้อมูลและสื่อสารภายใน  การสื่อสารโครงการ  การจัดการพื้นที่ • ประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย สรุปความคืบหน้ากระบวนการบ่มเพาะ คนกล้าคืนถิ่นรุ่น ๑ ณ ศูนย์ประสานงานโครงการคนกล้าคืนถิ่น อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา • กระบวนการบ่มเพาะ (Incubate) คนกล้าคืนถิ่น รุ่น ๑ รอบ ๒๑-๒๕ เมษายน ๒๕๕๘ • วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ ประกาศรายชื่อ คนกล้าคืนถิ่น รุ่น ๑ ที่ผ่านการอบรม ๕ วัน ๔ คืน • วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ คนกล้าคืนถิ่น เลือกคนกล้าต้นแบบ โดยโครงการมีงบสนับสนุนเพื่อการเดินทางไปเรียนรู้จำนวน ๔๐๐ คน (ไม่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกเพื่อได้รับเงินทุนหรือปัจจัยสนับสนุน ๓ เดือน) • วันที่ ๑-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ คนกล้าฯ จำนวน ๔๐๐ คน เดินทางไปเติมเต็มความรู้กับคนกล้าต้นแบบเป็นระยะเวลา ๓ วัน • วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ คนกล้าฯ ส่งแผนผังและแผนที่ชีวิต ฉบับปรับปรุงแก้ไขแล้ว คนกล้าฯ ส่งรายชื่อเพื่อนในกลุ่มที่จัดลำดับตามสมควรได้รับทุนปัจจัยสนับสนุนการผลิต • วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ คนกล้าฯ เริ่มลงแปลงปฏิบัติจริงเป็นระยะเวลา ๕ เดือน • วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ประกาศรายชื่อคนกล้าฯ ที่ได้รับเงินทุนปัจจัยสนับสนุนในเดือนที่หนึ่ง • เดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ ประกาศรายชื่อคนกล้าฯ ที่ได้รับเงินทุนปัจจัยสนับสนุนในเดือนที่สอง • ประชุมคณะทำงานกลุ่มย่อย แยกตามกลุ่ม • เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ ประกาศรายชื่อคนกล้าฯ ที่ได้รับเงินทุนปัจจัยสนับสนุนในเดือนที่สาม • เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ คนกล้าฯ อบรมทบทวน (หมายเหตุ: อาจเปลี่ยนแปลงตามสถานะการณ์) • เดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ ทบทวนกระบวนการ • เดือนมิถุนายน – กันยายน ๒๕๕๘ คัดเลือกหาทีม คนกล้าฯ ดีเด่น • เดือนมิถุนายน – ธันวาคม ๒๕๕๘ สื่อสารโครงการฯ • เดือนธันวาคม ๒๕๕๘ คนกล้าคืนถิ่น Festival ปีที่ ๑

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

สรุปสถานการณ์คนกล้า  จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ ๑,๖๐๐ คน  จำนวนผู้เข้ารับการอบรมบ่มเพาะ ๗๙๑ คน  จำนวนผู้ผ่านการอบรมบ่มเพาะ ๗๗๕ คน  มีการรวมกลุ่มลงแปลง ๘๖ กลุ่ม  จำนวนคนกล้าที่มีการรวมกลุ่ม ๖๓๑ คน  จำนวนคนกล้าที่ไม่มีการรวมกลุ่ม ๑๔๔ คน  คนกล้าลงแปลงทั้งหมด ๗๒๙ คน  ติดต่อไม่ได้/ลาออกจากโครงการ ๑๐ คน  ไม่มีที่ดินปฏิบัติการ ๒๒ คน  ลาออกไปเป็นพี่เลี้ยง ๙ คน  จำนวนพี่เลี้ยง ๖๑ คน  การมอบทุนสนับสนุนรอบที่ ๑ • จำนวนผู้ขอรับการสนับสนุน ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ๕๙๗ คน • จำนวนผู้ที่ได้รับการสนับสนุน ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ๔๐๐ คน  การมอบทุนสนับสนุนรอบที่ ๒ • จำนวนผู้ขอรับการสนับสนุน ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ๖๐๒ คน • จำนวนผู้ที่ได้รับการสนับสนุน ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ๔๐๐ คน  การมอบทุนสนับสนุนรอบที่ ๓ • จำนวนผู้ขอรับการสนับสนุน ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ๕๘๕ คน • จำนวนผู้ที่ได้รับการสนับสนุน ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ๓๘๒ คน  จำนวนคนเข้ารับการอบรบทบทวน ๒๑๒ คน • พลังงาน กสิกรรมอินทรีย์และการป่าไม้ ๕๐ คน • การจัดการน้ำ ๒๘ คน • การจัดการพื้นที่ครบวงจร ๑๖ คน • การผลิต แปรรูป บรรจุภัณฑ์และการตลาด ๕๐ คน • ประมง ปศุสัตว์ ๒๙ คน • พันธุกรรม ๒๙ คน • จุลินทรีย์ ๑๐ คน

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

• สร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนคนหนุ่มสาวให้คืนถิ่น เพื่อกลับไปเป็นต้นแบบและผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ในท้องถิ่น • เพิ่มต้นแบบเกษตรกรที่สามารถใช้ชีวิตแบบพึ่งตัวเองได้ และช่วยเพิ่มพื้นที่ทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยขับเคลื่อนสังคมให้มั่นคงต่อไป • พัฒนาปราชญ์ชาวบ้านให้สามารถถ่ายทอดความรู้โดยการใช้รูปแบบกระบวนการของ Social Lab

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

• คนกล้าคืนถิ่น ลงแปลงปฏิบัติจริง จำนวนไม่ต่ำกว่า ๘๐,๐๐๐ คน • ช่วยเพิ่มพื้นที่การทำเกษตร และเกิดต้นแบบในการพึ่งตนเองของการผลิตอาหารแบบผสมผสานเพื่อการบริโภคที่ปลอดสารพิษ/ปลอดภัย จำนวนอย่างน้อย ๑,๕๐๐ แห่ง • สร้างกระบวนกร ที่สามารถจัดทำกระบวนการและถ่ายทอดความรู้ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ คน

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

• คนกล้าคืนถิ่น ลงแปลงปฏิบัติจริง จำนวนไม่ต่ำกว่า ๘๐,๐๐๐ คน • ช่วยเพิ่มพื้นที่การทำเกษตร และเกิดต้นแบบในการพึ่งตนเองของการผลิตอาหารแบบผสมผสานเพื่อการบริโภคที่ปลอดสารพิษ/ปลอดภัย จำนวนอย่างน้อย ๑,๕๐๐ แห่ง • สร้างกระบวนกร ที่สามารถจัดทำกระบวนการและถ่ายทอดความรู้ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ คน

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในปีแรก • คนกล้าคืนถิ่น ลงแปลงปฏิบัติจริง จำนวนไม่ต่ำกว่า ๗๐๐ คน • ช่วยเพิ่มพื้นที่การทำเกษตร และเกิดต้นแบบในการพึ่งตนเองของการผลิตอาหารแบบผสมผสานเพื่อการบริโภคที่ปลอดสารพิษ/ปลอดภัย จำนวนอย่างน้อย ๔๐๐ แห่ง • สร้างกระบวนกร ที่สามารถจัดทำกระบวนการและถ่ายทอดความรู้ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐ คน

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

ปราชญ์ชาวบ้าน กระบวนกร พี่เลี่ยงคนกล้า เจ้าหน้าที่ภาคสนาม อาสาสมัครคนกล้า

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

ภาคีเครือข่ายทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคการศึกษา ในพื้นที่ร่วมขยายผล ค้นหา คนกล้าคืนถิ่น ในท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

ภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ และการบริหารจัดการอาสาสมัคร

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

60,000,000 บาทในการดำเนินโครงการ หรือ 28,000 บาท/คน เพื่อเป็นค่าอบรมและพัฒนาคนกล้า ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1600 คน

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

- ส่งเสริม สนับสนุน ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการออกแบบอนาคตในทางวิชาการ - ส่งเสริม สนับสนุน ประสานความร่วมมือกับทุกองค์กร เพื่อให้รู้จักการออกแบบอนาคตประเทศไทยร่วมกัน - ส่งเสริม สนับสนุน กระบวนการและกิจกรรมเพื่อการออกแบบอนาคตประเทศไทย - จัดทำสื่อและสิ่งพิมพ์ ในการเผยแพร่กระบวนการออกแบบอนาคตประเทศไทย - ดำเนินการร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์ - ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

เจ้าของโครงการ

นายถนอมชัย ศุภวิรัชบัญชา นายสมยศ แก่นหิน
มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย
มูลนิธิ

ข้อมูลติดต่อ

konglakuentin@gmail.com
0895025353
http://www.konglakuentin.com
https://www.facebook.com/konglakuentin

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน