นาแลกป่า

สิ่งแวดล้อม, ฐานทรัพยากร
2

เกี่ยวกับโครงการ

ในจังหวัดน่าน พื้นที่ป่าต้นน้ำถูกทำลายจากการที่ชาวบ้านรุกล้ำเข้าทำไร่ข้าวโพด นอกจากพื้นที่ป่าจะหมดไปจนกลายเป็นภูเขาหัวโล้นแล้ว ชาวบ้านยังยากจนและมีหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้นจากการทำไร่ข้าวโพดอีกด้วย โครงการนาแลกป่า เป็นแนวคิดให้เกิดพื้นที่ป่า นาข้าวและการทำเกษตรแบบผสมผสาน เกิดขึ้นแทนที่พื้นที่การปลูกข้าวโพด โดยมีเป้าหมายภายในระยะเวลา 3 ปี (2558 – 2560) จะเกิดพื้นที่นาและพื้นที่ป่า รวมกัน จำนวน 30,201 ไร่ เพื่อให้ป่าและชุมชนอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน

ปัญหาและที่มา (Why)

 

1. ปัญหาป่าในภาคเหนือถูกทำลาย สาเหตุจากการรุกล้ำป่าของชาวบ้านเพื่อทำไร่ข้าวโพด ในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ซึ่งแต่เดิมมีพื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 7.8 ล้านไร่ ถูกนำไปใช้ในการปลูกข้าวโพด 5.5 ล้านไร่ โดยเป็นแหล่งต้นน้ำและพื้นที่อนุรักษ์ 3 ล้านไร่ ที่ถูกทำลาย

 

2. ปัญหาหนี้สิน และความยากจนของชาวบ้านที่ยึดอาชีพทำไร่ข้าวโพด ที่ต้นทุนการผลิตสูง ราคารับซื้อตกต่ำ ทำให้เป็นหนี้ครัวเรือน นอกจากนั้นยังทำให้ชาวบ้านต้องถางป่าเพิ่มเพื่อขยายพื้นที่ปลูก เป็นวงจรที่ทำลายพื้นที่ป่าไปเรื่อยๆ

ทางแก้ปัญหา (How)

 

คืนพื้นที่ป่าด้วยการสนับสนุนชาวบ้านที่เคยบุกรุกพื้นที่ป่าทำไร่ข้าวโพด ให้ทำนาแทน โดยทำ 1 ไร่ คืนพื้นที่ป่า 3 ไร่ ชาวบ้านจะได้รับการสนับสนุนการเตรียมพื้นที่ทำนา เช่นการขุดร่องนา ปรับหน้าดิน เตรียมระบบน้ำ ค้นกล้า เมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้ยังสามารถปลูกพืชอื่นๆ แบบเกษตรผสมผสานในพื้นที่นาเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม

วิธีการทำงาน

 

ระยะที่ 1 สร้างพื้นที่นา

 

- ปรับพื้นที่หน้าดิน

 

- ขุดร่องนา

 

- เตรียมระบบการจัดการน้ำ

 

- ตั้งศูนย์การเรียนรู้ สนับสนุนการเกษตรปราณีต

 

- พัฒนากระบวนการผลิดและ กลไกการตลาด

 

 

 

ระยะที่ 2 สร้างพื้นที่ป่า

 

- ปล่อยให้ป่าฟื้นตัวเอง (3-5 ปี)

 

- ปลูกเพิ่มเติม/ปลูกใหม่ทั้งหมด

 

- ตั้งศูนย์เพาะพันธุ์พืช (เพื่อรวบรวมเมล็ดพันธุ์ เพาะกล้า)

 

- ทำแนวกันไฟไหม้ป่า

 

- ตั้งคณะกรรมการควบคุมกฏ กติกา การตัดไม้

 

- จ้างให้ชาวบ้านดูแลป่า

 

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

 

พื้นที่ดำเนินการ โครงการนาแลกป่า

 

ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอภูเพียงไปทางทิศเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอเมืองเป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 86.38 ตารางกิโลเมตร

 

ลักษณะภูมิประเทศของตำบลเมืองจัง เป็นที่ราบสูง ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำน่าน เป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร และแม่น้ำยาว (สาขาแม่น้ำน่าน) เป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จึงทำให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์

 

ตำบลเมืองจังแบ่งการปกครองออกเป็น 11 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการนาแลกป่า จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ 

 

1. บ้านสบยาว หมู่ที่ 7 ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

                        ชาวบ้านที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 18 ราย รวมพื้นที่ 34.88 ไร่

2. บ้านราษฏร์สามัคคี หมู่ที่ 8 ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

                        ชาวบ้านที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 5 ราย รวมพื้นที่ 21.52 ไร่

จากเป้าหมายในปีแรกต้องการขุดนา

67 ไร่ ดำเนินการทำไปแล้ว 30 ไร่ เหลืออีก 37 ไร่

 

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

 

ปีแรกมีเป้าหมายขุดนา 67 ไร่ ทำไปแล้ว 30 ไร่ เหลือ 37 ไร่ แต่ละไร่มีค่าใช้จ่ายในการขุดนา 20,000 บาท (รถแทรกเตอร์ ปูนและท่อ ค่าแรง) และการฟื้นป่า 10,350 บาท (3 ไร่ ค่าสร้างแนวกันไฟ และค่าดูแล 3 ปี) รวม 30,350 บาท/ชุด และต้องการเงินสนับสนุนการพัฒนาศูนย์เพาะกล้าศูนย์ละ 50,000 บาท จำนวน 2 ศูนย์

 

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

 

ภายในระยะเวลา 3 ปี (2558 - 2560) เกิดพื้นที่นาและพื้นที่ป่า รวมกัน จำนวน 30,201 ไร่

 

- ปี 2558 เกิดพื้นที่นาแลกป่า จำนวน 268 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่นา 67 ไร่, พื้นที่ป่า 201 ไร่

 

- ปี 2559 - 2560 เกิดพื้นที่นาแลกป่า จำนวน 4,000 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่นา 1,000 ไร่ พื้นที่ป่า 3,000 ไร่

 

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

 

เกิดการฟื้นฟูพื้นที่ป่าในพื้นที่จังหวัดน่านให้กลับคืนมา และเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้จากการเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสานแทนการปลูกข้าวโพด ทำให้ชุมชนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

 

 

 

ด้านการเงิน

 

- ชาวบ้านมีรายได้ที่หลากหลาย ทั้งจากการทำนา  เก็บของป่า (เห็ด, สมุนไพร) ทำสวนผัก/ผลไม้

 

- จัดตั้งกองทุน ระดมเงินทุนจากแหล่งเงินทุนต่างๆ

 

- จัดผ้าป่าต้นไม้ ระดมเงินจากชาวบ้าน

 

 

 

ด้านการบริหารจัดการ

 

- สร้างความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านในชุมชน ให้ดูแลตัวเองได้

 

- จัดทำระบบฐานข้อมูลรายแปลง แสดงพื้นที่ป่าและที่นาทำกิน

 

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

เกิดพื้นที่ป่า นาข้าวและชาวบ้านมีรายได้จากการเปลี่ยนมาทำการทำเกษตรแบบผสมผสาน เกิดขึ้นแทนที่พื้นที่การปลูกข้าวโพด ภายในระยะเวลา 3 ปี (2558 - 2560) จะเกิดพื้นที่นาและพื้นที่ป่า รวมกัน จำนวน 30,201 ไร่ เพื่อให้ป่าและชุมชนอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบการเรียนรู้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่น

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

-

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

เครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านเปลี่ยนจากการปลูกข้าวโพดเป็นการเกษตรอื่นๆที่มีความมั่นใจในปริมาณผลผลิตและรายได้ที่จะได้รับ อีกทั้งยังต้องการเครือข่ายชุมชนในการทำข้อตกลงร่วมกันและช่วยกันดูแล รักษาป่า ไม่ให้ป่าถูกทำลายอีก 

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

-

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

 

การสนับสนุนเงินทุนสามารถแบ่งตามจำนวนพื้นที่นาและพื้นที่ป่า ดังนี้

 
  1. ค่าใช้จ่ายในการขุดนาประมาณ 20,000 บาทต่อไร่ (รถแทรกเตอร์ ปูนและท่อ ค่าแรง)

  2. ค่าใช้จ่ายในการฟื้นป่าประมาณ 10,350 บาทต่อสามไร่ (3 ไร่ ค่าสร้างแนวกันไฟ และค่าดูแล 3 ปี) รวมเงินสนับสนุน 30,350 บาทต่อชุด (ขุดนา 1 ไร่ คืนป่า 3 ไร่)

 

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

 

ศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้ เครือข่ายมูลนิธิฮักเมืองน่าน ตั้งอยู่ในบ้านราษฎร์สามัคคีหมู่ที่ 8 ตําบลเมืองจัง กิ่งอําเภอภูเพียง เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกรคนในชุมชน และเป็นพื้นที่ที่เด็กเยาวชนให้ความสนใจเข้ามาใช้พื้นที่ในศูนย์ทํากิจกรรมต่างๆ ในช่วงเวลาว่าง

 

 

 

การก่อเกิดและพัฒนาการศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้ มาจากการรวมตัวของกลุ่มนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตน่าน ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตล้านนาตะวันออกน่าน ครั้งนั้นมีนายสํารวย ผัดผล เป็นประธานกลุ่ม ต่อมาได้ขยายและตั้งเป็นชมรม อนุรักษ์พรรณพืชพื้นบ้าน .น่าน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์พืชพื้นบ้านเน้นกระบวนการเรียน รู้อย่างมีส่วนร่วมระหว่างเกษตรกร

 

 

 

กรอบการทำงาน

 

- กรอบการทํางานที่ 1 การขับเคลื่อนเชิงนโยบายโดยชุมชน โดยผ่านการสร้างพื้นที่ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยหนุนชุมชนในการปรับเปลี่ยน เชิงนโยบายและเชิงสถาบันองค์กร

 

- กรอบการทํางานที่ 2 หนุนเสริมชุมชนด้านกระบวนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกในชุมชนในระบบเกษตรกรรม ยั่งยืนและการดํารงชีวิต

 

- กรอบการทํางานที่ 3 หนุนเสริมศักยภาพเครือข่ายหนุนเสริมศักยภาพโดยเชื่อมประสานผู้เชี่ยวชาญ สถาบันท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนชุมชนในการอนุรักษ์ พัฒนาและใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมพืช

 

เจ้าของโครงการ

นายสํารวย ผัดผล
ศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้ เครือข่ายมูลนิธิฮักเมืองน่าน
ศูนย์การเรียนรู้

ข้อมูลติดต่อ

samruay.pp@gmail.com
0-5478-3262
-
Samruay Phadphon

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน