สังคมอยู่ดีกับพลังตาพลเมือง” (Citizen Eyes Power)

พลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม
(Citizen Eyes Power)_logo

เกี่ยวกับโครงการ

ในปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุปสรรคสิ่งกีดขวางบนถนน ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่และป้ายโฆษณาที่ผิดกฏหมายถูกละเลย ทั้งในแง่การตรวจสอบ การซ่อมแซมแก้ไข ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงสร้างแพลตฟอร์มให้พลเมืองในสังคมเกิดการตระหนักรู้ ตื่นตัว ตรวจสอบและสามารถร้องเรียนปัญหาต่างๆที่พบเห็น ซึ่งจะนำไปสู่การบังคับใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้องและการติดตามแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม

ปัญหาและที่มา (Why)

 

ปัจจุบันพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับความไม่ปลอดภัยในชีิวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มพังโดยเฉพาะเมื่อมีลมพายุฝน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ฟุตบาทและสะพานลอย ตัวอย่างล่าสุด คือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักธุรกิจชาวอังกฤษพลัดตกท่อที่เปิดไว้ลึก 3 เมตร จนได้รับบาดเจ็บ และหลายกรณียังไม่ได้รับการปรับปรุง ซ่อมแซมและแก้ไขเท่าที่ควร

 

            ปัญหาดังกล่าวสามารถพบเจออยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล หากเดินสำรวจบนฟุตบาทก็จะพบเห็นอุปสรรคมากมายบนฟุตบาท ถนน รวมทั้งป้ายโฆษณาบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่ชำรุดเสียหายและป้ายโฆษณาที่ผิดกฏหมาย ดังนั้น โครงการ สังคมอยู่ดีกับพลังตาพลเมือง (Citizen Eyes Power) จึงเป็นโครงการบูรณาการที่จะเข้ามาสำรวจปัญหาทั้ง 3 เรื่องไปพร้อมๆ กันจากการสำรวจครั้งเดียวด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่เข้าถึงได้ง่ายในยุคปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดของแต่ละประเด็นดังนี้

 

 

 

            ปัญหาเกี่ยวกับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการล้มพัง มีอายุการใช้งานมานาน

 

            การโฆษณาบนป้ายโฆษณาบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กฉาก ใช้เทคนิคการเชื่อม และการใช้ Bolt-Nut ในการประกอบติดตั้ง ลงเสาเข็ม มีวิศวกรรมโยธารับรองแบบตามที่กฎหมายบังคับ ใช้สีป้องกันสนิมทาส่วนชั้นนอกสุดให้สวยงามและป้องกันสีชั้นในจากการถูกกัดกร่อนนั้น เมื่อมีอายุการใช้งานมากขึ้น ขาดการซ่อมบำรุง เมื่อสีทั้งชั้นนอกและชั้นในถูกแดดและฝนทำลายต่อเนื่องหลายปีผ่านไป ทำให้เหล็กและโครงสร้างถูกทำลาย เกิดการเสื่อมสภาพ ไม่สามารถทนต่อแรงลมพายุฝนหรือปัจจัยภายนอกมากระทบกับโครงสร้างได้และพังทลายลงในที่สุด โดยป้ายโฆษณาเหล่านี้ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีผู้คนสัญจรไปมาหนาแน่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น จะก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปอย่างมหาศาล

   

จากข่าวเมื่อ 31 พฤษภาคม 2558 หัวข้อข่าว 700 ป้ายโฆษณาทั่วกรุงอ่วม เจอกฎหมายควบคุมป้ายใหม่-ต้องแก้ ได้กล่าวถึงความปลอดภัย ดังนี้ นาสาคร ตรีธนจิตต์ นายกสมาคมป้ายและโฆษณา เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่ ว่าด้วยการควบคุมอาคาร ..2558 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่ 24 เม..58 ที่มีการประกาศกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาว่า กฎกระทรวงดังกล่าวเป็นกฎหมายที่จะช่วยให้การควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับป้ายมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางสมาคมฯ ได้ผลักดันให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมาตั้งแต่แรก โดยมีโครงการตรวจความแข็งแรงและให้ป้ายรับรองผ่านการตรวจสอบ รวมทั้งเรื่องการทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ก็มีการดำเนินการโดยความสมัครใจมาตั้งแต่กฎหมายฉบับนี้จะกำหนดบังคับใช้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ป้ายโฆษณาล้มที่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อประชาชนนั้น มีหลายสาเหตุซึ่งในส่วนของการสร้างป้ายไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ผู้ที่เป็นผู้ประกอบการต้องมีความใส่ใจในความรับผิดชอบของตนเอง

 

            เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ ได้ลงข่าวเมื่อ 18 มีนาคม 2558 หัวข้อข่าว กทม. หวั่นป้ายโฆษณาล้มทับคนกรุง สั่งทุกเขตตรวจสอบความแข็งแรง รับมือพายุฤดูร้อน 20-23 มี..58 นี้ มีเนื้อหาด้านการกระทำความผิดและด้านความปลอดภัย ดังนี้ นายสัญญา ชีนิมิต ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าในวันที่ 20-23 มี..นี้ ประเทศไทยจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและมีลมกรรโชกแรง ซึ่งในกรุงเทพฯ อาจจะเกิดฝนตกและมีลมกรรโชกแรงอันเนื่องจากพายุฤดูร้อน ว่าอาจมีผลทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หักและโค่นล้มทับที่อยู่อาศัยหรือทำลายทรัพย์สินประชาชนเสียหายได้ จึงให้สำนักงานเขต ดำเนินการแจ้งเจ้าของป้ายโฆษณาทำการตรวจสอบการใช้งานและความมั่นคงของป้าย รวมทั้งเร่งรัดการรื้อถอนป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับป้ายโฆษณารับทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ในกรณีที่สำนักงานเขตจะทำการรื้อถอนหรือปลดแผ่นป้าย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากป้ายล้ม หากต้องการจะใช้เครื่องมือกลหนักและเบา ให้ประสานงานสำนักการโยธาเพื่อสนับสนุน

 

            กระทรวงมหาดไทยยังมีการประกาศในเว็บไซต์ของกรมโยธาและการผังเมือง www.DPT.go.th  เรื่อง การควบคุมดูแลความปลอดภัยของอาคารและป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ในช่วงลมพายุฝนดังกล่าว อีกทั้งยังทำหนังสือถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ โดยมีเนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึงป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ผิดกฎหมายและไม่มีความมั่นคงให้ดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 46 ให้ตรวจสอบแก้ไข หากไม่แก้ไขให้พิจารณาสั่งรื้อถอนป้ายนั้นตามมาตรา 42 ต่อไป และหากยังมีการฝ่าฝืนให้มีโทษตามมาตรา 65 ทวิ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

จากข้อมูลข่าวและประกาศกระทรวงดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าปัญหาของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่นั้น มีตั้งแต่การติดตั้งไม่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เมื่อติดตั้งแล้วขาดการดูแลบำรุงรักษา จนทำให้เมื่อมีลมพายุฝน ป้ายจะล้มพังทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้นจึงเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวและพบเห็นได้ตามท้องถนนในชีวิตประจำวันของเรา

 

 

 

            ปัญหาเกี่ยวกับป้ายโฆษณาที่ผิดกฏหมาย

            การโฆษณาที่มุ่งให้ลูกค้าเห็นผลิตภัณฑ์และสามารถกระตุ้นการบริโภคในปัจจุบันนั้น ทำให้สามารถพบเห็นสื่อโฆษณาได้ทั่วไปตามร้านค้าริมถนน ทั้งในรูปแบบของการติดตั้งเป็นป้ายชื่อร้าน ที่มีพื้นที่ชื่อร้านประมาณ 1 ส่วนแต่ 5 ส่วนที่เหลือจะเป็นโลโก้ หรือแบรนด์สัญลักษณ์ของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองกำลังกระทำความผิดกฏหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการโฆษณาสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในบางกรณีร้านค้าทราบกฏหมายดังกล่าวแต่กลับตั้งใจละเมิดกฎหมาย เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบขาดการตรวจสอบและไม่มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง อีกทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังเป็นสาเหตุที่สำคัญหนึ่งในการเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองและสังคม จึงควรได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป  

ปัญหาอุปสรรคบนถนน บนฟุตบาท (บาทวิถี) และบนสะพานลอย

 

            อุปสรรคที่พบบนถนน ฟุตบาทและสะพานลอย ส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งปลูกสร้าง สิ่งยึดตรึง การรุกล้ำพื้นที่ เช่น การต่อเติมอาคาร การก่อสร้าง ร้านค้าแผงลอยหรือพื้นที่การขายชั่วคราว เสาไฟฟ้า ตู้ชุมสาย ตู้โทรศัพท์ สายไฟฟ้าแรงสูงที่ไม่เรียบร้อย ซึ่งล้วนผิดกฏหมายและพรบ. ดังนี้

 
          • การจอดรถบนฟุตบาท และการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บนฟุตบาท ผิดพระราชบัญญัติรัฐท้องถิ่น

 
          • การตั้งวางสิ่งกีดขวาง หรือแผงลอยร้านค้า บนฟุตบาท ผิดพระราชบัญญัติรัฐท้องถิ่น

 
          • การวางสิ่งของหรือกระทำการใดๆ ที่ทำให้เกิดการกีดขวางการจราจร ผิดพระราชบัญญัติจราจรและขนส่งฯ เป็นต้น

   

นอกจากการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติต่างๆ ดังที่อธิบายข้างต้นแล้ว ยังมีอุปสรรคต่างๆ บนถนน ฟุตบาทและสะพานลอย ที่เกิดจากการละเลยปฏิบัติหน้าที่และการไม่ประสานงานกันของหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาทิเช่น

 
          • บนสะพานลอยมีสายไฟฟ้าแรงสูง และสายโทรศัพท์ ทำให้กีดขวางการใช้งาน

 
          • ฝาท่อระบายนำเปิดทิ้งไว้ หรือไม่มี หรือมีสภาพชำรุดเสียหาย

 
          • การใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า เช่น การปูแผ่นพื้นนำทางคนพิการทางสายตา ที่มีสิ่งกีดขวาง หรือไม่ถูกต้องตามหลักการใช้งาน

 
          • มีเสาไฟฟ้ากีดขวางทางบนฟุตบาท ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ เป็นต้น

 

โครงการ สังคมอยู่ดี กับพลังตาพลเมือง (Citizen Eyes Power) จึงตระหนักเห็นถึงความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ ตื่นตัวของพลเมืองและเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาที่พบ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงในอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เริ่มจากการเฝ้าระวัง สำรวจ แจ้งเตือน การออกหนังสือถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ การประสานงานติดตาม การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแก้ไข กระตุ้นการมีส่วนร่วมของสังคมและสร้างแรงกดดันให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบสร้างบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

 

ทางแก้ปัญหา (How)

 

โครงการ สังคมอยู่ดี กับพลังตาพลเมือง (Citizen Eyes Power) มุ่งแก้ไขปัญหาที่สามารถพบเห็นได้บนท้องถนน ฟุตบาทและสะพานลอย 3 ปัญหาหลัก คือ 1) อุปสรรคบนถนน ฟุตบาทและสะพานลอย 2) ป้ายโฆษณาที่มีโครงสร้างที่อาจเป็นอันตราย และ 3) ป้ายโฆษณาที่กระทำความผิด พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มให้พลเมืองในสังคมเกิดการตระหนักรู้กฏหมายที่เกี่ยวข้อง ตื่นตัว เฝ้าระวังพื้นที่ใกล้เคียง ตรวจสอบและร้องเรียนปัญหาต่างๆ ที่พบเห็น ซึ่งจะนำไปสู่การบังคับใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้องและการติดตามแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ตามสิทธิ์ของความเป็นประชาชนที่ปกป้องสิทธิ์ในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน ประกอบด้วย

 

 

 

            กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่

 

                ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร ..2522 เห็นว่ามีหลายกรณีที่พบเห็นได้ทั่วไปเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย เช่น ป้ายที่ติดตั้งอยู่บนที่ดินโดยตรง ต้องมีความสูงไม่เกิน 30 เมตรและไม่เกินระยะที่วัดจากจุดที่ติดตั้งป้ายไปจนถึงกึ่งกลางถนนสาธารณะ ต้องมีความยาวไม่เกิน 32 เมตร และต้องห่างจากที่ดินเจ้าของไม่น้อยกว่า 4 เมตร หรือ อีกกรณีคือ ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารต้องไม่ล้ำออกนอกแนวผนังรอบนอกของอาคาร และส่วนบนสุดของป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งต้องสูงไม่เกิน 6 เมตร จากส่วนสูงสุดของอาคารหรือดาดฟ้าของอาคารที่ติดตั้งป้ายนั้น ซึ่งทั้งสองกรณีมีการละเมิดกฎหมายจำนวนมาก

 

 

 

            กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

                ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ..2551 พบว่าการกระทำความผิดตาม พรบ. เช่น สถานที่/เวลาขาย อายุผู้ซื้อ และการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถพบเห็นในชีวิตประจำวันมากมาย เช่น สื่อสิงพิมพ์ การฉายภาพ วีดีทัศน์ ภาพยนตร์ เครื่องมือทางอิเลคทรอนิคส์ และป้ายโฆษณาตามร้านค้า ร้านอาหาร ริมถนนทั่วไป

 

            การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 32 และตามมาตรา 43 ผู้ใดฝ่าฝืนตามมาตรา 32 ต้องระวางโทษจะคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษดังกล่าวแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

 

 

            กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุปสรรคสิ่งกีดขวางบนถนน บนทางบาทวิถีสาธารณะ

 

                สำหรับปัญหาบนถนนและบาทวิถี โดยเฉพาะบาทวิถีนั้นมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับและมีผู้เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ในกรณีที่พบสิ่งกีดขวางและดูแลบนถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้บังคับใช้กฎตาม พรบ. จราจรทางบก ..2522 (มาตรา 114 ซึ่งห้ามมิให้มีการกระทำการในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร) ในการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย หากมีการจำหน่ายสินค้าในลักษณะต่างๆ เจ้าหน้าที่เทศกิจจะเป็นผู้บังคับใช้กฏตาม พรบ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ..2535 ในกรณีที่ตรวจความสพอาดและพบเชื้อโรคตามระเบียบของเทศบัญญัติเทศบาล  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้บังคับใช้กฏตาม พรบ. การสาธารณสุข ..2535 ส่วนสิ่งกีดขวางและอุปสรรคที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้ที่สาธารณะ จะใช้พระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับร่วมกันในการพิจารณา และยังสามารถใช้กฎหมายอื่นเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการฯ เช่น พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) ..2541 เป็นต้น

 

           

 

            โครงการ สังคมอยู่ดีกับพลังตาพลเมือง จะปฏิบัติการนำร่องสำรวจพื้นที่สาธารณะจำนวน 10 เส้นทาง โดยพัฒนาทีมงานผู้พิการทางการได้ยิน (ทางหู) จำนวน 9 คน ผ่านการอบรมความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องและทักษะในการออกสำรวจพื้นที่สาธารณะ ใน 3 ปัญหาหลัก คือ 1) อุปสรรคบนถนน ฟุตบาทและสะพานลอย 2) ป้ายโฆษณาที่มีโครงสร้างที่อาจเป็นอันตราย และ 3) ป้ายโฆษณาที่กระทำความผิด พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยนำข้อมูลทั้งหมดที่เก็บรวบรวมผ่านระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะไปขยายผล แจ้งกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประสานงานและติดตามผลการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฏหมายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สามารถลดอัตราเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคนในสังคมมากที่สุด

 

            นอกจากนี้ ข้อมูลทางกฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาข้างต้น ข้อร้องเรียนและความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหา จะถูกเผยแพร่อยู่ในเว็ปไซต์และช่องทางการสื่อสารต่างๆของโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการรับรู้ ให้พลเมืองตื่นตัว (Active Citizen) ร่วมมือกันเฝ้าระวัง สำรวจพื้นที่ใกล้เคียงและแจ้งปัญหาหรือความผิดปกติที่พบให้ทางโครงการฯได้ตรวจสอบและดำเนินการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างรูปธรรม ตลอดจนสร้างแรงกดดันให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสร้างบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพในที่สุด

 

วิธีการทำงาน

 

ลำดับ

แนวคิดกระบวนการขจัดปัญหาแบบองค์รวม

วิธีการทำงานโครงการ สังคมอยู่ดี กับพลังตาพลเมือง

1

รวบรวมข้อมูลของประเด็นปัญหาและศึกษาประเด็นของกฎหมายที่จะบังคับใช้ ก่อนปฏิบัติงาน

1. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา 1) อุปสรรคบนถนน ฟุตบาทและสะพานลอย  2) ป้ายโฆษณาที่มีโครงสร้างที่อาจเป็นอันตราย และ 3) ป้ายโฆษณาที่กระทำความผิด พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

2. ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง/หน่วยงานที่รับผิดชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

ลำดับ

แนวคิดกระบวนการขจัดปัญหาแบบองค์รวม

วิธีการทำงานโครงการ สังคมอยู่ดี กับพลังตาพลเมือง

2

ออกแบบกระบวนการการขจัดปัญหา

1. พัฒนาเครื่องมือและซอฟต์แวร์บันทึกข้อมูลแบบออนไลน์

2. พััฒนาเว็ปไซท์และสื่อสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสารกับผู้ใช้งานภายนอก

3. ประชุมสรุปเลือก 10 เส้นทางนำร่อง

4. อบรมเชิงปฏิบัติการให้กับทีมงานประสานงานและคนพิการทางการได้ยิน (ทางหู)

5. ออกสำรวจและบันทึกข้อมูลทั้ง 10 เส้นทาง

6. แจ้งหนังสือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ

7. ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและรายงานผล ผ่านเว็ปไซท์และสื่อต่างๆ

8. จัดประชุมเพื่อเผยแพร่แนวคิด ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสร้างบรรทัดฐานในการทำงานและกระตุ้นความร่วมมือของพลเมืองตื่นตัว (Active Citizen)

3

พัฒนาเครื่องมือ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับการปฏิบัติงาน

1. พัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์สำหรับบันทึกข้อมูลการสำรวจ ให้สามารถเก็บข้อมูลภาพที่ระบุพิกัดกับข้อมูลข้อความ เพื่อประโยชน์ในการแแก้ปัญหา

2. พัฒนาเว็ปไซท์และสือสังคมออนไลน์สำหรับการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง กระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมืองตื่นตัว (Active Citizen) ในการเฝ้าระวัง แจ้งปัญหาที่พบในพื้นที่ใกล้เคียงและติดตามผลการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

4

จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้เกี่ยวข้อง

จัดอบรมทีมงานและคนพิการ ให้มีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหา ให้สามารถระบุผู้กระทำความผิดและสิ่งกีดขวางที่เกิดจากการละเลยปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น และสำรวจการเข้าถึงพื้นที่ของกลุ่มความต้องการพิเศษ (Special Needs Peoples) ด้วย

5

ดำเนินการตามกระบวนการในขั้นตอนของเก็บข้อมูลปัญหา

เก็บข้อมูล อัพโหลดข้อมูลเข้าไปยังระบบพื้นที่ฟรีในอินเตอร์เน็ต เพื่อการจัดการข้อมูลและการออกหนังสือแจ้งหน่วงงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา

6

นำปัญหาต่างๆ ส่งต่อให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือหากมีกฎหมายฉบับใดที่มีการระบุถึงให้มีผู้กระทำแทนได้ในการแก้ปัญหานั้นๆ ให้นำส่งปัญหาต่างๆ ไปยังผู้กระทำแทนก็ได้

ระบุปัญหา แจ้งหนังสือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

7

ติดตามการดำเนินการปัญหาที่นำส่ง

ติดตามหนังสือที่ส่งออกไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากมีการปรับปรุงแล้ว ให้มีทีมงานออกสำรวจการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์และสื่อต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง

8

ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนถึงการแก้ปัญหา

จัดทำเว็บไซต์โดยใช้ blogspot.com เป็นเว็บหลักและสื่อสังคมออนไลน์ (Social Network) เป็นสื่อในการเผยแพร่ข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้อง กระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมืองตื่นตัว (Active Citizen) ในการเฝ้าระวัง แจ้งปัญหาที่พบในพื้นที่ใกล้เคียงและติดตามผลการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

9

นำข้อมูลทั้งหมดมาเริ่มกระบวนการใหม่ หากปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยทบทวนว่าในขั้นตอนใดบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข

หากปัญหาที่ทำหนังสือส่ง ยังไม่ได้รับการแก้ไข นำทุกขั้นตอนมาวิเคราะห์การปรับปรุงวิธีการ และออกแบบใหม่อีกครั้ง

 

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

 

เมื่อปี 2556 ได้ทำกิจกรรมสำรวจที่จังหวัดชัยนาทและออกหนังสือต่อเจ้าพนักงานตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ..2551 (สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท) เมื่อมีการติดตาม พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองละเมิดพระราชบัญญัติ จากนั้นเจ้าพนักงานที่ดูแล จัดประชุมผู้ประกอบการเพื่อชี้แจง และทำการปรับสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามให้เป็นตัวอย่าง

 

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

 

ลำดับ

หัวข้อ/ รายการ

ผู้ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิด

การคาดการณ์เชิงปริมาณ (คน)

1

การสำรวจพื้นที่นำร่องโดยคนพิการทางการได้ยิน (ทางหู)

คนพิการ

1.คนพิการได้รับความรู้ด้านกฎหมายต่างๆ

2.คนพิการเกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคม

3.คนพิการมีรายได้จากการดำเนินการ

9 คน

2

การประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ผู้ประสานงานและทีมงาน

1.ได้รับความรู้ด้านกฎหมายต่างๆ

2.มีรายได้จากการดำเนินการ

20 คน

3

การประชาสัมพันธ์ระหว่างดำเนินการผ่านสื่อออนไลน์

ผู้เกี่ยวข้อง บุคคลทั่วไปและผู้ใช้งานทางอินเตอร์เน็ต

1.ผู้เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปตระหนักรู้ถึงปัญหาจากการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์

2. ผู้เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

3. ผู้เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปสามารถค้นหาและติดตามผลการแก้ไข/ปรับปรุงปัญหาได้ทางอินเตอร์เน็ตด้วยคีย์เวิร์ด

5,000 คน

4

การประชาสัมพันธ์หลังดำเนินโครงการ

20,000 คน

5

หลังการดำเนินโครงการ

ผู้ใช้งานทางอินเตอร์เน็ต

1.มีส่วนร่วมในการเผ้าระวัง สำรวจและแจ้งปัญหาที่พบในพื้นที่ต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง

2.ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์

3.เกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วม

2,000 คน

ผู้เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปที่ใช้เส้นทางที่ผ่านการสำรวจ/แก้ไขของโครงการ

1.บุคคลทั่วไปที่รับรู้จากการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์

2. การลดอุบัติเหตุ ลดความเสียหายทั้งทางชีวิตและทรัพย์สิน

50,000 คน

จำนวนผู้ได้รับผลประโยชน์ ประมาณการ

77,029 คน

 

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

-

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

 

ในระยะยาว โครงการฯจะพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและติดตามเป็นแอพพริเคชั่น ที่สามารถดาว์นโหลดและใช้งานได้ง่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้สามารถเกิดการเฝ้าระวัง สำรวจ แจ้งปัญหาและปรับปรุงแก้ไข พื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ในวงกว้าง ขยายพื้นที่ที่ปลอดภัยและปริมาณผู้ใช้เส้นทางต่างๆได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

มีพื้นที่ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น มีถนนและป้ายโฆษณาที่มีการตระหนักต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากกว่าเดิม พลเมืองตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมากขึ้น

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

ต้องการอาสาสมัครในด้านการพัฒนาและทดสอบแอพริเคชั่น ให้การตรวจสอบ ร้องเรียนและติดตามผลการปรับปรุงพื้นที่สามารถทำได้ง่ายขึ้น ผ่านโทรศัพท์มือถือ

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

เครือข่ายงานด้านสังคม เพื่อการพัฒนาและนำแอพริเคชั่นไปใช้งาน ให้เกิดการตรวจสอบ ร้องเรียนและติดตามของพลเมืองอย่างแท้จริง เช่น การแจ้งและติดตามเด็กหายของมูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น และยังต้องการการสนับสนุนจากองค์กรภาคเอกชนให้เกิดเป็น Partnership อย่างต่อเนื่อง

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

องค์ความรู้ด้านกฏหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ความรู้เกี่ยวกับการทำฐานข้อมูลของผู้ป่วยและผู้พิการ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ไหนต้องการการพัฒนามากที่สุดและควรพัฒนาอย่างไร ประกอบกับความรู้ด้าน Universal Design หรือการออกแบบเพื่อส่วนรวมเพื่อให้พลเมืองเข้าใจการพัฒนาเมืองไปสู่เมืองที่ทุกคนทั้ง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ เด็กและสตรีมีครรภ์สามารถอาศัยร่วมกันได้อย่างแท้จริง 

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

งบประมาณสำหรับการพัฒนาแอพริเคชั่นและการดำเนินงานของทีมงานในการรับเรื่องร้องเรียน ติดตามและแจ้งผลการปรับปรุงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

-

เจ้าของโครงการ

นายปรีดา ลิ้มนนทกุล
บริษัท พีดับบลิวดี เอาท์ซอส เมเนจเมนท์ จำกัด
บริษัท

ข้อมูลติดต่อ

preeda.limnontakul@gmail.com
02-571-4822

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน