เมล็ดพันธุ์ชุมชน

ระบบนิเวศอาหารยั่งยืน
1442836560255

เกี่ยวกับโครงการ

เป็นโครงการที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการผลิตผักปลอดสารพิษ สร้างความยั่งยืนให้กับ ดิน น้ำ ป่าไม้และเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน โดยการสร้างแกนนำด้านเกษตรปลอดสาร สร้างเครือข่าย และการรณรงค์ เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภค เกิดการตระหนักและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ให้มองย้อนกลับไปถึงความสำคัญของ ดิน น้ำ ป่าไม้และเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน อีกทั้งยังมองไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบการผลิตอาหาร

ปัญหาและที่มา (Why)

เนื่องจากในปัจจุบันนโยบายทางการเกษตรของประเทศเน้นสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ ภายใต้ระบบการค้าเสรี ซึ่งถูกควบคุมกำกับโดยบริษัทข้ามชาติ ทั้งในด้านการผลิต ที่เกษตรกรไม่สามารถกำหนดพืชที่จะปลูกได้ กลไกตลาด โดยการกำหนดความต้องการของตลาด ซึ่งผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวได้นำมาสู่ระบบการผูดขาดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นฐานการผลิตทางอาหาร อีกทั้งการที่เกษตรกรหันไปปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากขึ้นนั้น เป็นการทำลายความหลากหลายของพันธุกรรมพืช ทั้งการไม่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน การใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงในปริมานเข้มข้น ทำให้เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นค่อยๆกลายพันธุ์และไม่มีความทนทานต่อโรคและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และไม่สามารถปลูกได้ อีกทั้งยังเป็นการทำลายความสมดุลทางระบบนิเวศอีกด้วย

ทางแก้ปัญหา (How)

1.สร้างพื้นที่ทางเลือกในการผลิต การแปรรูป และการขาย เกษตรปลอดสารพิษ ที่สอดคล้องกับระบบนิเวศ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นตัวอย่างในการปฏิบัติที่ทำได้จริงและเป็นแหล่งรวบรวมและเรียนรู้ของชุมชน เพื่อก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนและหันกลับมาผลิตเกษตรปลอดสาร 2.สร้างแกนนำด้านเกษตรปลอดสารที่ต้องการเปลี่ยนแปลงด้านการทำเกษตรปลอดสารพิษ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมเพื่อให้เข้าใจวิถีทางการเกษตรและสามารถถ่ายทอดได้ อีกทั้งยังเป็นแกนนำในการสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดสารในพื้นที่ของตนเอง 3.สร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดสารในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรปลอดสาร รวบรวมผลผลิต และแลกความรู้ภูมิปัญญาในชุมชน อีกทั้งเครือข่ายเกษตรกรปลอดสารในพื้นที่ต่างๆ สามารถรวมตัวกันเป็นเครือข่าย เพื่อนำไปสู่การสร้าระบบการเกษตรที่เท่าเทียม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น และรัฐ 4.รณรงค์นำเสนอ วิถีการเกษตรปลอดสาร ความมั่นคงทางอาหาร ความเหลื่อมล้ำในภาคการเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าให้กับผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดตามมาหลังจากการบริโภค เช่น ปัญหาสุขภาพ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังรวมไปถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบการผลิตอาหาร

วิธีการทำงาน

ขั้นตอนแรก จะเป็นการรับสมัครแกนนำด้านเกษตรปลอดสาร ซึ่งจะรับทั้งจาก ผู้ที่สนใจอาชีพเกษตร คนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่คนเมืองที่อยากทำเกษตร และเครือข่ายเกษตรต่างๆ เพื่อนำมาผึกอบรมการทำเกษตรปลอดสารพิษอย่างเป็นระบบ จำนวน 15 คน ซึ่งอาสาสมัครจะได้ไปเรียนรู้ในพื้นที่เกษตรจริงๆ ทั้งเรื่อง การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การแปรรูป และการขนส่ง อีกทั้งยังมีการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำมาประยุคใช้ในพื้นที่ของตนเอง ขั้นที่สอง เมื่อแกนนำด้านเกษตรปลอดสาร ผ่านการผ่านการฝึกอบรมแล้ว แกนนำจะนำความรู้กลับไปทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง โดยการใช้เมล็ดพันธ์ต่างๆที่มีในท้องถิ่น เพื่อเป็นการทดลองสิ่งที่ได้เรียนรู้มาและสร้างให้พื้นที่นั้นกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบรวบรวมภูมิปัญญา และสามารถ ขั้นที่สาม แกนนำด้านเกษตรปลอดสารจะมีการนำความรู้ไปเผยแพร่ มีการฝึกอบรม การจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่และสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดสารในพื้นที่ของตนเองมีการรวมกลุ่มกันเพื่อรวบรวมผลผลิตไปขาย และสามารถจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆได้ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะมีการสรุปบทเรียนแลกเปลี่ยนความรู้กับทั้งในกลุ่มแกนนำด้านเกษตรปลอดสาร และการอบรมร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

ปัจจุบันทางกลุ่ม มีเครือข่ายนักศึกษาที่ได้ร่วมทำงานด้วยในด้านต่างๆ และพร้อมที่จะต่อยอด อีกทั้งมีการสัมพันธ์กับกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร และมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับโครงการในการเป็นพื้นที่เรียนรู้

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

คาดหวังว่าจะมีแกนนำด้านเกษตรปลอดสารที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปทำเกษตรปลอดสารพิษ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม 1 รุ่น จำนวน 15 คน และมีพื้นที่ทางเลือกในการผลิต การแปรรูป และการขาย ผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษ ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม 15 พื้นที่ รวมไปถึงการมีเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ อีกทั้งจะมีกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่างๆมีการเก็บรวบรวมข้อมูลและเมล็ดพันธ์ในชุมชน 15 พื้นที่

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

มีอาสาสมัครที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปทำเกษตรปลอดสารพิษ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม 3 รุ่น จำนวน 45 คน และมีพื้นที่ทางเลือกในการผลิต การแปรรูป และการขาย ผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษ ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม 45 พื้นที่ รวมไปถึงการมีเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษ อีกทั้งจะมีกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลและเมล็ดพันธ์ในชุมชน 45 พื้นที่และนำข้อมูลที่ได้รวบรวมมาทำเป็นชุดความรู้ท้องถิ่น และนำมาใช้ในการรณรงค์ และการทำงานในอนาคต อีกทั้งพื้นที่ต่างๆ ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ในการรับแกนนำรุ่นต่อไปมาผึกอบรมการทำเกษตรปลอดสารพิษอย่างเป็นระบบ

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการสร้างต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อนำไปสู่การสร้าระบบการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นธรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ อีกทั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจในระบบการผลิตอาหาร โดยมีมีเกษตรกรรายย่อยและชุมชนในท้องถิ่นเป็นฐานหลัก อีกทั้งมุ่งหวังให้เกษตรกรสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร ของตนเองและชุมชนขึ้นมา

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากโครงการนี้มีเป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการสร้างการสร้างต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นธรรม ดังนั้นความสำเร็จของโครงการจึงเป็นการสร้างแกนนำและการเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรปลอดสารพิษ รวมทั้งการสร้างพื้นที่ในการขยายเครือข่ายและการเก็บรวบรวมข้องมูลภูมิปัญญาทางการเกษตรและเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน โดยมีตัวชี้วัดคือพื้นที่เรียนรู้อบรมและเป็นพื้นที่ทางเลือกในการผลิตเกษตรปลอดสาร แกนนำด้านเกษตรปลอดสารและเครือข่ายเกษตรกรปลอดสารในพื้นที่ต่างๆ ตามที่แกนนำได้ลงไปทำงาน อีกทั้งยังมีชุดข้อมูลภูมิปัญญาและเมล็ดพันธุ์ชุมชน และจะมีการสรุปและประเมินการดำเนินงานโครงการ3 เดือนต่อครั้ง เป็นต้น

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

1.นักวิชาการด้านการทำเกษตร รู้เรื่องการปลูก การดูแล การแปรรูป อีกทั้งยังสามารถพัฒนาสายพันธ์พืชพื้นบ้านได้ 2.ที่ปรึกษาด้านการตลาด เพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่จะถูกผลิตออกมา เพื่อให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค 3.ที่ปรึกษาในการวางแผนและบริหารงาน วางแผนโครงการ ติดตาม ประเมินผลโครงการ

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

1. เครือข่ายเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความรู้เพิ่มเติม 2. ภาคธุรกิจ ด้านการตลาด การค้า หรือแม้กระทั่งการแปรรูป เพื่อพัฒนาผลผลิต และเป็นพื้นที่ในการรองรับผลผลิต 3. ภาคนักวิชาการ เพื่อเพิ่มโอกาศในการไปร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีต่างๆ ทั้งวิธี แนวคิด ความรู้ หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ และนำเสนอมุมมองการสร้างต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นธรรม

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

ไม่มี

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

5 ล้านบาท ต่อ 1 ปี ซึ่งจะแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลอาสาสมัคร ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายในการจัดการโครงการ และค่าใช้จ่ายในการทำพื้นที่เกษตรปลอดสาร

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

เป็นองค์กรที่สร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้กับคนหนุ่มสาวในประเด็นเรียนรู้ต่างๆในสังคม เช่น ประเด็นสิทธิมนุษยชน ประเด็นสิทธิชุมชน ประเด็นเรื่องการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม นโยบายจากแผนพัมนาของรัฐ อันได้แก่ เขื่อน เหมือง โรงไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคม

เจ้าของโครงการ

นายปธานิน กล่อมเอี้ยง
เครือข่ายสามัญชนเปลี่ยนโลก
กลุ่ม

ข้อมูลติดต่อ

commonerproject@gmail.com
0824098335

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน