โครงการครูอาสาเกื้อฝันเด็ก

การศึกษา/พัฒนาเยาวชน
#3_2

เกี่ยวกับโครงการ

เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายจิตอาสา กับ มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก (Child’s Dream Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีภารกิจและบทบาทของการช่วยเหลือและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งช่วยเหลือโรงเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนระบบโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการศึกษา โดยมีเป้าหมายของการสร้าง ครูอาสาสมัครซึ่งมีภารกิจของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และทักษะชีวิตแก่นักเรียนของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

ปัญหาและที่มา (Why)

ที่มาของปัญหา เกิดจากการขาดแคลนครูในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือเขตภูดอยในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งครูส่วนใหญ่เป็นครูที่จากพื้นราบมาบรรจุใหม่ และส่วนใหญ่สอนประมาณ 2-3 ปีพอครบวาระที่สามารถขอย้ายได้ก็จะย้ายกลับภูมิลำเนา ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนครูและครูย้ายบ่อย ทำให้การเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง เด็กได้เรียนไม่เต็มที่ รวมทั้งทางองค์กรภาคีต้องการพัฒนากระบวนการเรียนรู้้แบบมีส่วนร่วมและเสริมสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็กๆในโรงเรียนดังกล่าวด้วย เพื่อให้เกิดการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทั้งในพื้นที่และหากเด็กต้องไปเรียนต่อในเมือง

ทางแก้ปัญหา (How)

ใช้กระบวนการ “อาสาสมัคร” ที่ผ่านกระบวนการฝึกอบรมจากเครือข่ายจิตอาสาและมูลนิธิเกื้อฝันเด็กในการเตรียมความพร้อมก่อนไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน โดยอาสาสมัครจะมีบทบาทดังนี้

1. เป็น ผู้ช่วยครูประจำ จัดการเรียนการสอนในห้องเรียน : อาสาสมัครจะช่วยครูประจำในการสอนด้านวิชาการ ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโรงเรียนและทักษะความสามารถของอาสาสมัคร

2. เป็น ครูพิเศษออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้(แบบมีส่วนร่วม)พัฒนาทักษะชีวิต แก่นักเรียน

3. เป็น ที่ปรึกษาสำหรับนักเรียนหอพัก : เนื่องจากโรงเรียนในโครงการมีเด็กนักเรียนหอพัก อาสาสมัครมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ช่วยดูแล และแนะนำนักเรียนหอพักให้สามารถอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิต

วิธีการทำงาน

1.  คัดเลือกอาสาสมัครโดยมีกระบวนการคัดเลือกและมีคณะกรรมการคัดเลือกจากสององค์กร

2. จัดอบรมปฐมนิเทศน์ เพื่อฝึกทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การออกแบบกิจกรรม

ทำความเข้าใจหลักการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง และหลักการพื้นฐานของทักษะชีวิต วางแผนร่วมกันโรงเรียน เตรียมความพร้อมในการเป็นอาสาสมัคร หรือในการเป็นครูอาสา

3.ติดตามหนุนเสริม หลังจากที่ครูอาสาขึ้นไปปฏิบัติงานได้หนึ่งเดือนโดยพี่ๆ ทีมงานเครือข่ายจิตอาสา และมูลนิธิเกื้อฝันเด็ก จะไปเยี่ยมน้องๆ ครูอาสาในทุกโรงเรียนที่ไปปฏิบัติหน้าที่

4. Mid-term review คือ กระบวนการเติมความรู้ระหว่างทาง โดยครูอาสาทั้งหมดจะกลับมาเจอกันอีกครั้งในการอบรมครั้งที่สองเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ทีผ่านมาในช่วง 2 เดือนแรก และเติมความรู้ทางวิชาการ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆ ให้กับเด็ก เพื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในอีกสองเดือนที่เหลือจนครบเทอม

 

5. กระบวนการถอดบทเรียน ซึี่งถือเป็นกระบวนการที่สำคัญมากสำหรับโครงการ หลังจากที่ครูอาสาทุกคนปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น เพื่อเป็นการถอดความรู้ กระบวนการเรียนรู้ หรือทักษะต่างๆ ที่ครูอาสานำไปใช้หรือจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กๆในแต่ละโรงเรียนเกิดผลอย่างไรบ้าง มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง และดำเนินการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร และมีกิจกรรมอะไรที่ยังทำไม่เสร็จหรือต้องการจะส่งต่อให้ครูอาสารุ่นต่อไป ก็สามารถสื่อสารได้ในกิจกรรมครั้งนี้

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

ความสำเร็จในเชิงปริมาณ คือ ครูอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่ ครูอาสาเกื้อฝันเด็กทั้งหมด 5 รุ่น ปฏิบัติภารกิจในโครงเรียนในระดับ ประถม โรงเรียนขยายโอกาส (ป.1-ม.3) โรงเรียน ตชด. ในพื้นที่ห่างไกล หรือเขตภูดอยในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6 โรงเรียน ความสำเร็จเชิงคุณภาพ (ยังไม่ชัดเจน) จากการประเมินโครงการร่วมกันระหว่างครูอาสา ทีมพี่เลี้ยงทั้งจากมูลนิธิเกื้อฝันเด็ก ครูประจำในโรงเรียน เห็นพ้องต้องกันว่า ในระหว่างที่ครูอาสาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนนั้น เด็กๆ อยากเรียนกับครูอาสา เพราะครูอาสามีวิธีการจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างจากครูประจำ เด็กมีความกล้าแสดงออก และมีความมั่นใจมากขึ้น เด็กสนใจการอ่านมากขึ้น เด็กมีพัฒนาการด้านการอ่าน และการเขียนดีขึ้น  ชุมชนให้การต้องรับครูอาสาเป็นอย่างดี และมีความตื่นตัวในการที่มีครูอาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนและชุมชนของตน หลายโรงเรียนที่มีเด็กพักนอน ครูอาสาจะมีกิจกรรมพิเศษหรือสอนพิเศษในตอนกลางคืนด้วย ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจในการให้เด็กมาพักนอนที่โรงเรียน ครูหลายท่านมีการปรับวิธีหรือเทคนิคในการสอนเด็ก ๆ (ห้วยแห้ง, ห้วยปู, ปุงยาม) แต่ทั้งหมดนี้ทางองค์กรยังไม่ถือเป็นความสำเร็จ เพราะการทำงานด้านการศึกษาไม่ได้สามารถเห็นผลจากการปฏิบัติการเพียงไม่กี่เดือนของครูอาสาเท่านั้น ผลสำเร็จของโครงการอาจจะต้องมีการประเมินร่วมกันหลายฝ่ายซึ่งอาจจะยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น 

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

1.       ดำเนินโครงการครูอาสา รุ่นที่ 6 โดยรับครูอาสาจำนวน 12 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน 6 โรงเรียน

 

2.       Impact Evaluation เพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการครูอาสาที่ผ่านมาทั้งหมด 6 รุ่น ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินโครงการในระยะต่อไป

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

หากผลการประเมินโครงการ (impact evaluation) ของทีมงานเป็นไปในทิศทางบวก และมีแนวโน้มที่จะขยายผลได้ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เช่น การเพิ่มจำนวนอาสาสมัครและจำนวนโรงเรียนที่รับอาสาสมัครได้มากขึ้น การจัดการกระบวนการเรียนรู้ หรือรู้แบบการจัดการเรียนการสอนที่อาสาสมัครนำมาใช้นั้นเป็นประโยชน์ในการถ่ายถอดหรือนำไปขยายผลกับครูประจำได้ทางทีมงานก็ยินดี หรือขยายผลการทำงานร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภาคเหนือ เพื่อเป็นช่องทางและเป็นพื้นที่ในการเรียนรู้้เทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ทักษะชีวิต เป็นพื้นที่ฝึกสอนสำหรับนักศึกษาที่จะไปเป็นครูในอนาคต 

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้มีเป้าหมายระยะยาวที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดความเชื่อเรื่องการศึกษาโดย การเปลี่ยนแปลงการใช้เทคนิควิธีการสอนใหม่ ๆ ที่สามารถบูรณาการกับการสอนเชิงวิชาการและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านประสบการณ์ตรง และเกิดกระบวนการเรียนรู้และเข้าใจจากการลงมือปฏิบัติ ให้เด็กไทยได้คิดวิเคราะห์ เข้าใจตัวเอง เข้าใจบริบทในชุมชน เห็นคุณค่าในตัวเองและบ้านเกิด ชุมชนที่ตนอยู่ ดำรงรักษาวิถีชีวิตเดิม และ/หรืออยู่ร่วมกับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรู้เท่าทัน และอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยตระหนักถึงปัญหาของผู้อื่นเหมือนปัญหาของตนเอง เห็นทั้งประโยชน์ต่อผู้อื่นและประโยชน์ตนว่าควรมีร่วมกัน  หากมีโรงเรียน ครู หรือผู้ใดสนใจต้องการพัฒนาหลักสูตรหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนการสอนแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมหรือ แบบ Active learning ให้แพร่หลายเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ไม่เพียงในด้านวิชาการแต่ในด้านการใช้ชีวิตให้อยู่ร่วม อยู่รอด ในสังคมได้ เรายินดีที่จะเผยแพร่และขยายการทำงานไปสู่พื้นที่อื่น

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนที่เราทำงานด้วยทั้ง 6   โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงเทคนิควิธีการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริงและมีการขยายผลไปสู่โรงเรียนหรือผู้ที่สนใจนำไปปรับใช้ รวมถึงการเห็นเด็กรุ่นใหม่เลือกการเรียนรู้ตามความถนัดและความชอบของตน จำนวนเด็กที่ต้องการเข้าไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยลดลง มีการบรรจุเทคนิคการสอนแบบนี้ในทุกมหาวิทยาลัย ไม่เฉพาะคณะศึกษาศาสตร์ 

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

-          ต้องการหาอาสาสมัครที่มีความเข้าใจด้านการศึกษาและต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยไม่ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวตัดสินผู้อื่น พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ยอมรับความต่างและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น คนเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ครูประจำในโรงเรียนเห็นถึงความเสียสละและเห็นวิธีการทำงานแบบใหม่ที่สามารถปรับใช้ เห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนตามความถนัด คนเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ ครูประจำ นักเรียนและอาสาสมัครจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิถีชีวิต ประสบการณ์ตรงต่าง ๆ ที่ได้รับมาเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคนรุ่นใหม่ให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วม อยู่รอดและไม่เบียดเบียนผู้ใด มีความรับผิดชอบร่วมและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากประสบการณ์ตรงซึ่งจะได้รับความรู้และความเข้าใจอย่างสูงสุด

 

-          ต้องการครูที่สนใจเข้าร่วมเพื่อเปลี่ยนแปลงเทคนิควิธีการสอนด้วยตัวเองโดยเราสามารถจัดอบรมเพิ่มให้ปีละ 1-2 ครั้ง 

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

-          ภาคีที่ทำงานด้านการศึกษาที่มี Best practice หรือต้องการนำเทคนิควิธีการไปใช้ หรือช่วยขยายการทำงานในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวาง

-          ภาคีที่มีพลังสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านระบบนโยบาย

-          ภาคีที่มีความเชี่ยวชาญในการเป็นกระบวนกรเพื่อใช้การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมนำมาใช้ในการทำงานด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากงานด้านการศึกษา เช่น ฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ ครู นักเรียน ภาคีเครือข่ายที่สนใจ 

 

-          ภาคีที่เป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถสนับสนุนด้านคนเพื่อมาทำงานอาสาสมัครเพื่อการเปลี่ยนแปลง

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

-          การสนับสนุนความรู้เรื่องการทำการประเมินด้านทักษะชีวิต ด้านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนว่าการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดผลเป็นอย่างไร หากเป็นผลดีในหลายด้านจะส่งผลต่อการขยายงานและความร่วมมือ

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

-          เงินทุนสนับสนุนองค์กรที่ทำงานร่วมกันในด้านต่าง ๆ เช่น สนับสนุนค่าเดินทาง ที่พัก ค่าวิทยากร

 

-          เงินทุนสนับสนุนโครงการที่ทางโรงเรียนต้องการทำเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา เพื่อเป็นจุดพิจารณาการทำงานร่วมในระยะเวลานานสำหรับโรงเรียนที่มีผลการดำเนินงานหรือความร่วมมือที่ดี หรือให้กับนักเรียนที่สนใจทำโครงการบางอย่างเพิ่มขึ้นเพื่อการพัฒนาตนเอง

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

เนื่องด้วย มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก ได้รับการอนุญาตให้จดทะเบียนถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดเชียงใหม่ เลขทะเบียนอนุญาตเลขที่ ต.ชม 0025/2548 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1.      ส่งเสริมสนับสนุน สิทธิศักดิ์ศรีและคุณค่าของเด็กและเยาวชน

2.      ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเด็กที่กำพร้า ขัดสน ด้อยโอกาส และเด็กที่อพยพเร่ร่อนให้มีโอกาสและอนาคตที่ดี

3.      ให้ความช่วยเหลือในความเป็นอยู่และสุขภาพ แก่เด็กและเยาวชนที่ขัดสน

4.      ส่งเสริมและจัดหาโอกาสให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐาน เพื่อให้โอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคง

5.      ส่งเสริมและสร้างให้เด็กมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกโดยยึดหลักจากพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พศ. 2546

6.      เพื่อดำเนินการสาธารณประโยชน์ หรือ ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

7.      เพื่อส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ด้วยความเป็นกลาง และไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

เจ้าของโครงการ

่จารุวรรณ ไพศาลธรรม
มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก
มูลนิธิ

ข้อมูลติดต่อ

tai@childsdream.org
0530201811, 087 8742934
http://www.childsdream.org
https://www.facebook.com/childsdreamfoundation/

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน