โครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในอ่าวพังงา

ระบบนิเวศอาหารยั่งยืน
7

เกี่ยวกับโครงการ

อ่าวพังงาเป็นอาณาบริเวณที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาดใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต ชายฝั่งของจังหวัดพังงาด้านตะวันออกและด้านใต้ รวมทั้งชายฝั่งจังหวัดกระบี่และจังหวัดตรังทั้งหมด อ่าวพังงานับว่าเป็นผืนน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของน่านน้ำไทย เนื่องจากมีป่าชายเลนเป็นบริเวณกว้างกระจายอยู่ทั่วทั้งอ่าวในทุกจังหวัด ทำให้เป็นแหล่งวางไข่ชั้นดีของสัตว์น้ำนานาชนิด(Spawning Ground) ทั้งยังเป็นแหล่งเลี้ยงตัวในวัยอ่อนของสัตว์น้ำ(Nursery Ground) โดยเป็นแหล่งหลบซ่อนของสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อเลี้ยงตัวจนกว่าจะเจริญเติบโตและอพยพออกไปอยู่ในทะเลลึกต่อไป นอกจากนี้ พื้นที่ชายฝั่งของอ่าวพังงายังประกอบไปด้วยเกาะแก่งต่างๆ มากมาย ทั้งที่เป็นหาดทรายที่สวยงามขาวสะอาด มีทั้งแนวปะการังตามธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และที่เป็นเพิงผาที่มีถ้ำ หินงอกหินย้อยที่สวยงาม พื้นที่บางแห่งมีน้ำทะเลที่ใสสะอาดราวกับกระจก บางแห่งเป็นพื้นโคลนที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด จะเห็นได้ว่า อ่าวพังงาเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก เนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่มากมายนี่เอง เป็นสาเหตุให้อ่าวพังงาจึงเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลตามธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนที่อาศัยอยู่โดนรอบมานานนับศตวรรษ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาทางด้านเครื่องมือการทำการประมงที่ทันสมัย โดยสามารถจับสัตว์น้ำได้ครั้งละปริมาณที่สูง มีห้องเย็นที่สามารถที่จะเก็บรักษาสัตว์น้ำ รวมถึงการแปรรูปและการเก็บถนอมรักษาให้สามารถไว้ได้นาน ทำให้เป็นปัจจัยส่งเสริมให้มีการจับสัตว์น้ำกันอย่างมากด้วยโดยเครื่องมือทำการประมงที่หลากหลาย และต่อเนื่องมานานหลายปี

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นยังมีการลักลอบทำการประมงด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการทำประมงแบบทำลายล้าง เน้นการจับให้ได้สูงสุด แต่ไม่ได้คำนึงถึงความยั่งยืนและอยู่รอดเพื่อการสืบเผ่าพันธุ์ของสัตว์น้ำจนส่งผลให้การจับสัตว์น้ำเกินกำลังการผลิตของแหล่งน้ำ (Overfishing) ทำให้อ่าวพังงาเกิดความเสื่อมโทรม ลงตามลำดับ ต่อมาทั้งทางภาครัฐจึงต้องออกมาตราการต่างๆขึ้นเพื่อเยียวยาให้อ่าวพังงากลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง เช่นการใช้มาตราการห้ามอวนลากอวนรุนเข้ามาทำการประมงในเขต 3 กิโลเมตรจากฝั่ง การกำหนดมาตราการปิดอ่าวห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือบางชนิดในช่วงฤดูสัตว์น้ำวางไข่และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน การยกเลิกการใช้เครื่องมือบางชนิดที่เป็นการทำการประมงแบบทำลายล้าง เป็นต้น ตลอดทั้งยังมีชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบอ่าวพังงาเริ่มมีความรักหวงแหนเริ่มลุกขึ้นมาเรียกร้องและต่อสู้มากขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำสามารถเริ่มกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ได้ระดับหนึ่ง ประกอบกับปัจจุบันพื้นที่รอบๆอ่าวพังงาได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ความต้องการบริโภคอาหารทะเลก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งให้เกิดการบริหารจัดการอ่าวพังงาให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อที่จะสามารถรองรับความต้องการอาหารทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่าเพียงพอ และมีการวางแผนการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

ปัญหาและที่มา (Why)

การพัฒนาทรัพยากรและพื้นที่ชายฝั่งจากอดีตเป็นต้นมา มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งนี้เนื่องมาจากการบริการจัดการเพื่อรองรับกับความต้องการและการเพิ่มขึ้นของประชากรรวมทั้งตอบสนองกับแนวทางยุทธศาสตร์ของพื้นที่นั้นๆ โดยส่วนใหญ่การพัฒนาที่ก่อให้เกิดการคุกคามพื้นที่และทำลายแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของชายฝั่งนั้นเกิดขึ้นโดยตรงจากการพัฒนาด้านการเกษตร การประมง การท่องเที่ยว และรวมไปถึงการขยายพื้นที่เมืองและอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาทางภาครัฐเองได้ทราบดีถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนา จึงได้คิดหาแนวทางและมาตรการเพื่อรองรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยแนวทางการบริหารจัดการส่วนใหญ่นั้นเน้นการจัดการที่ตัวทรัพยากรที่มีอยู่ให้สามารถดำรงอยู่ได้ แต่อย่างไรก็ตามจากรูปแบบและมาตรการในการบริหารจัดการตัวทรัพยากรเป็นหลักก็ยังส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง

ทางแก้ปัญหา (How)

ในปัจจุบันมีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งได้มีการปรับมาตรการและยุทธศ่าสาตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรมากขึ้น โดยเห็นความสำคัญของประเด็นปัญหาที่ว่า “ ในอดีตเราเน้นแต่การบริหารจัดการที่ตัวทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยังขาดหัวใจหลักที่สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความสำเร็จ นั่นก็คือ เน้นการบริหารจัดการ ผู้ใช้ทรัพยากร ร่วมไปด้วย” แต่อย่างไรก็ตามคำว่า “ผู้ใช้ทรัพยากร” นั้นก็มีหลายประเภท จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจถึงบทบาทของผู้ใช้ทรัพยากรแต่ละประเภทให้ชัดเจน ก่อนที่จะวางแผนบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้เองทางโครงการฯ จึงเกิดแนวคิดในการบริหารจัดการคนหรือผู้ใช้ทรัพยากรเป็นหลัก เพื่อให้มีการบริหารและจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน โดยได้ใช้หลักแนวคิดจากการทรงงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเน้นการบริหารจัดการที่แตกต่างจากแนวคิดดั้งเดิมคือ 1) คนเป็นศูนย์กลาง 2)องค์รวมบูรณาการและเชื่อมโยงทุกมิติ และ 3)สู่กระบวนการพัฒนาจากล่างขึ้นบน ซึ่งจากแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทางโครงการฯ จึงได้นำมาประยุกต์เพื่อให้เข้ากับบริบทของการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งโดยการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม(Co-Management) ในทุกระดับ ตั้งแต่คน ชุมชน ระบบเศรษฐกิจ ฐานทรัพยากร รวมไปถึงการมีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ

วิธีการทำงาน

วิธีการทำงาน โครงการฯ ได้นำแนวคิดทั้งหมดมาปรับเป็นรูปแบบที่เหมาะสมในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยเน้นถึงประเด็นเหล่านี้คือ • การสร้างองค์กรชุมชน • การเสริมสร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง • การสร้างเครือข่าย • การสร้างสัญญาประชาคม (กติกาชุมชน) • การทำงานแบบบูรณาการ

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

ได้เกิดภาคีเครือข่ายฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขึ้นในอ่าวพังงา ซึ่งประกอบด้วยชุมชนที่ตั้งอยู่รอบๆอ่าวพังงา และสามารถช่วยกันดูแลและเฝ้าระวังจนทรัพยากรสัตว์น้ำในอ่าวพังงา ฟื้นฟูกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ได้ระดับหนึ่งแล้ว

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

สามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายได้มากขึ้น อันจะทำให้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับการดูแลและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีทรัพยากรประมงที่อุดมสมบูรณ์ขึ้น เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับชุมชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวพังงาและใกล้เคียง อนึ่ง เนื่องจาก พรบ.ประมง ฉบับใหม่ และ พรบ.ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือน มิถุนายน 2558 นี้ จะทำให้ชุมชนชายฝั่งได้รับการรับรองสิทธิชุมชน จัดตั้งให้เป็นองค์กรที่ถูกต้องคามกฎหมาย และจะสามารถเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งได้ โดยคาดหวังว่าจะสามารถจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระดับจังหวัดที่มีพื้นที่ครอบคลุมชายฝั่งของอ่าวพังงาทุกจังหวัด โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นตัวแทนชุมชนชายฝั่งที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐในการกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในอ่าวพังงา โดยมีชุมชนชายฝั่งรอบอ่าวพังงาไม่น้อยกว่า 25 ชุมชน ได้รับประโยชน์โดยตรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการที่สัตว์น้ำมีความชุกชุมขึ้น สามารถมีรายได้จากการทำจับสัตว์น้ำได้มากขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ5,000 ตัน มูลค่าไม่น้อยกว่า 2,500 ล้านบาท

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

เมื่อชุมชนมีความเข้มแข็ง และองค์กรชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้ ในอนาคตจะต้องขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมไปให้ตลอดชายฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนองถึงจังหวัดสตูล ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ จะต้องเห็นถึงความสำคัญขององค์กรเครือข่ายและให้การสนับสนุนในกิจกรรมต่างๆขององค์กรเครือข่าย เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งสามารถดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ จากพื้นที่อ่าวพังงาซึ่งครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง 3 จังหวัด คืน ฝั่งตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต บางส่วนของจังหวัดพังงาและชายฝั่งทั้งหมดของจังหวัดกระบี่ เมื่อมีการขยายเครือข่ายไปตลอดชายฝั่งทะเลอันดามัน จะครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง 6 จังหวัด อำนวยประโยชน์ให้กับชุมชนชายฝั่งไม่น้อยกว่า 50 ชุมชน สามารถจับสัตว์น้ำได้ไม่น้อยกว่าปีละ 10,000 ตัน ช่วยให้มีรายได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท  

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้ตั้งความหวังว่าจะช่วยให้ชาวประมงและชุมชนชายฝั่งทางฝั่งทะเลอันดามัน เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในการทำการประมง มีจิตสำนึกที่ดี ไม่ทำการประมงแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา อยู่ภายใต้กฎกติกาที่ชุมชนและองค์กรท้องถิ่นกำหนด ไม่ใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายล้างในการทำการประมง ไม่ทำการประมงที่ผิดกฎหมาย มีการแบ่งปันทรัพยากรกันอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และยังจะสามารถช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของท้องทะเล ปรับระบบนิเวศน์ให้อยู่ในสภาพสมดุล ไม่มีการนำทรัพยากรขึ้นมาใช้แบบเกินดุลกำลังผลิตเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อเป็นแหล่งอาหารทะเลที่สำคัญสำหรับประชากรในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนปีละหลายล้านคน โดยการโน้มน้าวให้มีการทำการประมงที่มีความรับผิดชอบ(Responsible Fisheries) อยู่ภายใต้กฎกติกาที่เป็นที่ยอมรับของทุกคน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูงสุดและไม่เกินกว่ากำลังผลิตของแหล่งน้ำนั้น (Sustainable Yield) มีการควบคุมดูแลไม่ให้มีการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย (Illegal Fishing),ขาดการรายงาน (Unreported) ,และไร้การควบคุม (Unregulated) หรือ IUU โดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และทรัพยากรที่มีอยู่จะได้รับการแบ่งปันอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ไม่ใช่ไปตกอยู่กับคนกลุ่มน้อยเหมือนเช่นที่ผ่านมา    

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

เจ้าหน้าที่ภาดสนามที่สามารถลงไปปฎิบัติงานในชุมชนชายฝั่งได้ มีความเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณี และสังคมชนบทของชุมชนชายฝั่ง เพื่อสามารถเข้าไปช่วยชุมชนในการขับเคลื่อนให้เกิดกระบวนการขึ้นในพื้นที่

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชนชายฝั่งให้รู้จักและเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของชุมชนอันพึงมีเพื่อที่จะสามารถประสานงานกับภาครัฐในการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งโดยชุมชนมีส่วนร่วม(Co Management) การจัดตั้งองค์กรชุมชน การจัดการระบบการออมทรัพย์และการบริหารการเงินของกลุ่มและชุมชน การฝึกอบรมอาชีพ (Alternative Livelihood) การสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ (Aawareness Building) เพื่อปลูกฝังชุมชนและองค์กรชุมชนให้มีความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกที่ดีด้านการอนุรักษ์

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

 ขอรับการสนับสนุนในการที่ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในวงเงิน 6 ล้านบาท รายละเอียดการสนับสนุนงบประมาณทางโครงการได้ตั้งประมาณการขอรัการสนับสนุนในการที่ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในวงเงิน 6 ล้านบาท (หกล้านบาทถ้วน) โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการ 2 ปี (24 เดือน) ภายใต้กิจกรรมดังต่อไปนี้ o สนับสนุนกิจกรรมการฟื้นฟูและอนุรักษ์ เช่น การสร้างบ้านปลา ปลูกหญ้าทะเล ปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จัดทำเขตอนุรักษ์ ทางเดินศึกษาธรรมชาติในป่าชายเลน เก็บขยะใต้ทะเล o สนับสนุนการตรวจตรา ควบคุม และเฝ้าระวังการกระทำผิดตามกฎหมาย o จัดทำสื่อต่างๆเพื่อเผยแพร่และรณรงค์ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ o จัดอบรม สัมมนาแก่ นักเรียน เยาวชน ชุมชนและเครือข่าย o ศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง o สนับสนุนกิจกรรมการทำประมงอย่างมีความรับผิดชอบ o สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ o สนับสนุนเครือข่ายต่างให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบเช่น กลุ่มร้านดำน้ำ กลุ่มเรือหางยาว กลุ่มเรือเร็ว o สร้างความเข้มแข็งของชุมชนชายฝั่งและเครือข่ายรอบอ่าวพังงา o ติดตามและประเมินผล หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามที่นำเสนอไว้ดังกล่าว จะสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนชายฝั่งทางฝั่งทะเลอันดามันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีกรอบกติกาของสังคมเพื่อให้ทุกคนได้ถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้เกิดใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมกิจกรรมด้านอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ให้สอดคล้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นสื่อกลางในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ตระหนัก และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์เพื่อให้เกิดความยั่งยืน เชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายระหว่างบุคคล ชุมชนและองค์กร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เผยแพร่ความรู้ สนับสนุนกิจกรรมของชุมชน และเป็นต้นแบบในการนำบทเรียนไปพัฒนาพื้นที่อื่นๆ

เจ้าของโครงการ

จะรวย จันทร์ทอง
มูลนิธิเอ็นไลฟ
มูลนิธิ

ข้อมูลติดต่อ

enlive-foundation@pfc.premier.co.th
02-301-1108
http://www.enlivefoundation.com
http://facebook.com/enlivefoundation

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน