โครงการสร้างศูนย์การเรียนรู้ โรงสีข้าวอินทรีย์ วิถีพอเพียง แบบครบวงจร

ระบบนิเวศอาหารยั่งยืน
DSC_0090

เกี่ยวกับโครงการ

โครงการอบรมเกษตรกร ในการแปรรูปสินค้าข้าวโดยการเพิ่มมูลค่า และคุณค่าผลผลิตข้าวแก่กลุ่มสมาชิกเกษตรอินทรีย์บ้านทวารไพร เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การทำโรงสีข้าวอินทรีย์ วิถีพอเพียง แบบครบวงจรรวมทั้งการบริหารจัดการสหกรณ์ชุมชน การบัญชี การจัดการภายในระยะเวลา ๑ ปี

ปัญหาและที่มา (Why)

กลุ่มสมาชิกเกษตรอินทรีย์ ไม่มีโรงสีข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน จึงทำให้ให้กระบวนการต่างๆมีปัญหาดังนี้คือ ๑) การพึ่งตนเองตั้งแต่กระบวนการผลิต ๒) การพึ่งตนเองในกระบวนการแปรรูป ๓) การพึ่งตนเองด้านการตลาด และ ๔.) การบริหารจัดการเรื่องปลายข้าว รำ และแกลบด้วยระบบสหกรณ์

ทางแก้ปัญหา (How)

พัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกรให้เกษตรกรเกิดการพึ่งตนเอง ในด้านการประกอบอาชีพการเกษตรแบบครบวงจร การเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการแบบสหกรณ์ การสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรมกับสมาชิกเกษตรกร ศูนย์การเรียนรู้ “ โรงสีข้าวอินทรีย์ วิถีพอเพียง แบบครบวงจร ” และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้

วิธีการทำงาน

*อบรมหลักสูตร ๓ วัน ๒ คืน * เนื้อหาการอบรมประกอบด้วย องค์ความรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจร การบริหารจัดการระบบสหกรณ์ การแปรรูปข้าว บรรจุภัณฑ์และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

การดำเนินงานของมูลนิธิการศึกษาเพื่อโลกสีเขียว มุ่งสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อให้คน ชุมชน โดยเฉพาะเกษตรกรพึ่งตนเองอย่างครบวงจร ด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่เพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

เชิงปริมาณ เกษตรกรจำนวน 20 ครอบครัว จะเป็นกลุ่มแกนนำในการปรับเปลี่ยนมาเป็นการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เชิงคุณภาพ *เกษตกรได้รับความรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจรไปประยุกต์ใช้ในอาชีพของตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารจัดการระบบสหกรณ์ การแปรรูปข้าว บรรจุภัณฑ์ *อุตสาหกรรมข้าวอินทรีย์ไทยยั่งยืน ชาวนาจำหน่ายข้าวได้ราคาที่เหมาะสมและพัฒนาสินค้าได้ *การทำนาอินทรีย์เป็นรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้มีคาร์บอนตอนและสุขภาพของผู้ผลิต ผู้บริโภคดี

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

เชิงปริมาณ เกษตรกรในบ้านทวารไพร หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 100 ครอบครัว จะเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่สามารถผลิตอาหารเพื่อสุขภาพได้เพียงพอกับชุมชนและสามารถรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ชุมชนได้ โครงสร้างสหกรณ์ชุมชน สหกรณ์ชุมชน หมายความว่า สมาชิกเกษตรอินทรีย์ซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมโดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชนเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมในชุมชน

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

  • การผลิตข้าวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนดี และชุมชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
  • การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์พืชทำให้สมาชิกลดต้นทุนการผลิตและอนุรักษ์พันธุกรรมพืชลดความเสี่ยงจากกระบวนการผลิตที่จะนำไปสู่การเป็นหนี้สิน
  • การเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกเกษตรที่มิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยการเชื่อมโยงกับชุมชนอื่นๆในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และในระดับประเทศต่อไป เพื่อให้เมืองไทยเป็นครัวอินทรีย์ของโลกในอนาคต
  • ชุมชนสร้างความเข้มแข็งจากการพึ่งพิงตนเองโดยกระบวนการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้จากการใช้ปัจจัยในครัวเรือน

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

  • เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้ที่เพียงพอจากการทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ดิน ป่า นา น้ำ ลดปริมาณสารตกค้างและวัตถุเจือปน ทำให้มีระบบนิเวศที่สมดุลในระยะยาว
  • ชุมชนมีสุขภาพกายและใจที่ดี สามารถใช้ชีวิตในชนบทได้อย่างมีความสุขและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชน
  • เกษตรกรจำนวน 20 ครอบครัวได้เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนกิจกรรมในชุมชนเพื่อขยายจำนวนสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น จากหนึ่งหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอ และจังหวัดตามลำดับ

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

องค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ และเครือข่าย

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

ภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์โครงการช่วย

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

๑. เกษตรกรเกิดการพึ่งตนเอง ในด้านการประกอบอาชีพการเกษตรแบบครบวงจร ๒. เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการแบบสหกรณ์ ๓. เกิดการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรมกับสมาชิกเกษตรกร ไม่มีหนี้สิน ๔. เกิดศูนย์การเรียนรู้ “ โรงสีข้าวอินทรีย์ วิถีพอเพียง แบบครบวงจร ” และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

*ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการสีข้าว ( ขนาดกลาง ) ราคา ๒๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท *ค่าโรงเรือนสำหรับติดตั้งโรงสี ราคา ๑๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท *ค่าเครื่องคัดแยกฝุ่น / สิ่งเจือปน ราคา ๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท *ค่าเครื่องแพ็คข้าวแบบสุญญากาศ ราคา ๑๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท * เครื่องหีบน้ำมันรำ ราคา ๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท * ค่าฝึกอบรม คนละ ๒,๐๐๐*๒๐ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐.๐๐ บาท รวมงบประมาณทั้งหมด ๗๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท(เจ็ดแสนบาทถ้วน)

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิการศึกษาเพื่อโลกสีเขียว(กศข.) ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ณ วันที่ ๑๖ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ทะเบียนเลขที่ ๒๒๐๑ และได้รับการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ทะเบียนเลขที่ ๔๐๖๙ เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรมด้านการจัดการศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่นแบบบูรณาการ ด้านการเกษตรอินทรีย์ พืชสมุนไพร การจัดการด้านสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอาชีพและการสร้างรายได้ แก่กลุ่มเด็ก เยาวชน สตรี ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในระดับชุมชนและองค์กรสาธารณประโยชน์

เจ้าของโครงการ

ชลธิชา ศรีสุข
มูลนิธิการศึกษาเพื่อโลกสีเขียว (องค์กรสาธารณประโยชน์)
มูลนิธิ

ข้อมูลติดต่อ

kiawsrisuk@gmail.com
0979234399
http://www.greenwef.org

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน