โครงการช่วยเหลือและพัฒนาเยาวสตรีบ้านเควิน

การศึกษา/พัฒนาเยาวชน

เกี่ยวกับโครงการ

ช่วยเด็กและเยาวสตรีที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่างๆ ให้หลุดจากวงจรของปัญหา โดยการให้ที่พักอาศัย การบำบัดรักษาทางกายและจิต ส่งเสริมการศึกษา และเสริมทักษะอาชีพ เพื่อสร้างพวกเขาให้เติบใหญ่เป็นคนที่มีคุณภาพในสังคมที่ช่วยเหลือคนอื่นต่อไป

ปัญหาและที่มา (Why)

เนื่องจากเยาวสตรีที่อยู่ในชุมชนยากจนจำนวนมากมาจากครอบครัวที่มีปัญหาแตกแยก หย่าร้าง และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยง เช่น ปัญหาความยากจน การค้ามนุษย์ปัญหาครอบครัว ยาเสพติด การล่วงละเมิดทางเพศ หรือปัญหาสุขภาพที่ถูกทำร้าย ทำให้ตกอยู่ในอันตราย เกิดโรคทางจิตใจ ภาวะซึมเศร้า ปัญหาและความเสี่ยงนี้ทำให้เด็กและเยาวสตรีจำนวนมากประสบความยากลำบากในการใช้ชีวิตในชุมชนและสภาพแวดล้อมของครอบครัว

ทางแก้ปัญหา (How)

สร้างโอกาสในการหลุดจากวงจรของความยากไร้และการทารุณที่ไม่เป็นธรรมอย่างไม่รู้จบนี้ให้เยาวสตรีโดยการพาเยาวสตรีที่มีปัญหาดังกล่าวออกจากสภาพแวดล้อมเดิมซึ่งเป็นภาวะเสี่ยงโดยการรับมาดูแลที่มูลนิธิ จากนั้นจึงทำการประเมินปัญหาด้านสุขภาพ จิตใจ สังคม จัดกิจกรรมต่างๆให้เยาวชนเหล่านั้นทำเพื่อให้การบำบัด และเสริมสร้างด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยร่วมมือกับองค์กรทางศาสนาต่างๆ อาทิ ฮินดู พุทธ และคริสต์ เป็นต้น เพื่อช่วยเยาวชนกลุ่มนี้ให้หลุดออกจากปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำซ้อน

วิธีการทำงาน

แต่ละปีทางโครงการสามารถให้การดูแลเยาวชนได้ประมาณ 90 คนต่อปี มีกิจกรรมและกระบวนการต่างๆ เพื่อให้การดูแลเยาวชนกลุ่มดังกล่าว ดังนี้

  • รับเด็กและเยาวสตรีที่อยู่ในภาวะเสี่ยงและถูกทำร้ายมาดูแล ให้ที่พักอาศัยที่ปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเหมือนเป็นผู้ปกครอง
  • ส่งเข้าเรียนในระบบการศึกษา โดยเยาวชนที่ทางมูลนิธิรับเลี้ยงคือตั้งแต่อายุ 7-17 ปี หรือตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงมัธยมปลาย และการส่งเข้าเรียนนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 50% ส่งเข้าเรียนในระบบสามัญ หรือเข้าโรงเรียนทั่วไป และอีก 50% นั้นส่งให้เรียนในรูปแบบการศึกษานอกระบบ (กศน.)
  • จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะวิชาชีพเพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถและสร้างรายได้ให้เยาวสตรีเหล่านี้ ทั้งยังเป็นการบำบัดโดยใช้กิจกรรมเป็นตัวฝึกสมาธิ เสริมศักยภาพ และก่อให้เกิดการตระหนักและสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถและคุณค่าของตนเองมากขึ้น (Empowerment) โดยตัวอย่างกิจกรรม อาทิ อบรมจริยะธรรม ศีลธรรม การทำอาหารและขนม ฝึกงานศิลปะ เต้นรำและดนตรี เป็นต้น
  • จัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กและวัยรุ่น เพื่อสร้างเยาวชนเหล่านี้ให้สามารถเติบโต และมีพัฒนาการทางจิตใจและอารมณ์ที่ดี พร้อมทั้งเป็นการบำบัดรักษาแผลทางใจที่เกิดจากการถูกทำร้ายมา และให้เกิดการรู้คุณค่า ความมั่นใจ และความรักเพื่อการดูแลตนเองที่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

มูลนิธิได้ดำเนินการมาแล้ว 50 ปี และช่วยเหลือเยาวชนไปแล้วกว่า 5,000 คน

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

เชิงคุณภาพ: เยาวสตรีที่อยู่ในการดูแลของโครงการนั้นสามารถเรียนต่อในระบบการศึกษาทั้งในระบบสามัญและการศึกษานอกระบบอย่างต่อเนื่องจนจบมัธยมปลาย หรือปวช. หรือปวส. ได้และมีสุขภาพทางกายและจิตที่ดี ทำให้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปได้ เชิงปริมาณ: สามารถช่วยเหลือเยาวสตรีเพิ่มขึ้นเป็น 100 คน ต่อปี

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

เชิงคุณภาพ: เยาวสตรีที่อยู่ในการดูแลของโครงการนั้นสามารถเรียนต่อในระบบการศึกษาทั้งในระบบสามัญและการศึกษานอกระบบอย่างต่อเนื่องจนจบมัธยมปลาย หรือ ปวช. หรือปวส. ได้และมีสุขภาพทางกายและจิตที่ดี ทำให้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปได้ เชิงปริมาณ: สามารถช่วยเหลือเยาวสตรี 100 คน ต่อปี อย่างมีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน และมีการติดตามผลคุณภาพชีวิตของผู้ที่จบจากโครงการไปได้

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

เยาวสตรีเหล่านี้สามารถกลับไปอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข มีคุณภาพชีวิตทางกายและจิตที่ดี รู้คุณค่า ความภาคภูมิ และสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งยังมีอาชีพที่มีรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอต่อการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว เมื่อพวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพแล้วเขาจะสามารถเติบใหญ่กลายเป็นผู้นำที่คอยช่วยเหลือคนที่เดือนร้อนอื่นๆในจังหวัด และชุมชนสังคมที่เขาอยู่ต่อไป

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ความสำเร็จ: เยาวสตรีที่อยู่ภายใต้การดูแลของโครงการสามารถศึกษาต่อเนื่องจนจบมัธยมปลาย เป็นอย่างน้อย และสามารถประกอบอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดูแลตนเองและครอบครัว ทั้งสร้างชีวิตครอบครัวที่แข็งแรงและอบอุ่นสมบูรณ์ได้ ทั้งยังสามารถเติบใหญ่เป็นผู้ที่ช่วยเหลือคนรอบข้างในสังคมต่อไปได้ ตัวชี้วัด: ผลการเรียนของเยาวสตรี แต่ละปีการศึกษา วิธีการในการติดตามความสำเร็จหรือความคืบหน้า: ติดตามการรายงานผลการเรียนทุกภาคการศึกษา โดยการสอบถามหรือดูจากสมุดพกรายงานผลการเรียนของแต่ละคน

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดการระบบบัญชีและการเงินของโครงการให้เป็นระบบ และสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับสังคมวงกว้างมากขึ้นถึงกิจกรรมของโครงการ เพื่อคนในสังคมจะรู้จัก และสามารถแนะนำเยาวสตรีที่เดือนร้อนให้มาร่วมโครงการเพิ่มขึ้นได้ ทั้งเพื่อแนะนำเรื่องการใช้สื่อสารสนเทศในการสื่อสารอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจส่งผลต่อเด็กในทางลบออกไป อาทิ การเผยแพร่ภาพถ่ายที่เปิดเผยให้เห็นหน้าของเยาวสตรีในโครงการ ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อตัวเด็ก และถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็กได้ เป็นต้น
  • นักจิตวิทยาให้คำปรึกษา (Counseling Psychologist) เพื่อพูดคุย ให้คำปรึกษา และการบำบัดรักษาแก่เยาวสตรีที่เข้าร่วมโครงการ เป็นระยะเวลา 3-5 เดือน ต่อเนื่อง โดยสามารถให้ความช่วยเหลือได้ราวสัปดาห์ละครั้ง
  • นักกิจกรรมบำบัด เพื่อร่วมสร้างและพัฒนากิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยบำบัดรักษา และเสริมสร้างศักยภาพ และความตระหนักในคุณค่า และความภาคภูมิใจในตัวเยาวสตรีที่ร่วมโครงการ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อเป็นผู้ให้การอบรมสอนด้านวิชาชีพ แก่เยาวสตรีที่อยู่ในการดูแลของโครงการ และคนในชุมชนรอบข้าง โดยผู้เรียนมีทั้งที่พอจะมีทักษะพื้นฐานในการตัดเย็บเสื้อผ้าบ้างแล้ว และผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเลย และในแต่ละครั้งที่จัดการอบรมจะมีผู้เรียนครั้งละไม่เกิน 20 คน และจัดวันจันทร์-ศุกร์ 2 ครั้งต่อวัน โดยแบ่งเป็น ภาคเช้า 9.00-12.00น. และภาคบ่าย 13.00-16.00น.

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

ต้องการภาคีเครือข่ายที่ดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมเยาวชนในด้านต่างๆเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดความร่วมมือและส่งต่อเยาวชนที่เดือนร้อนและไม่ได้อยู่ในขอบข่ายพันธกิจของโครงการให้ภาคีอื่นดำเนินการช่วยเหลือต่อไปได้ อาทิ เยาวชนที่ติดยาเสพติด เป็นต้น ทั้งยังสามารถร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการบริหารจัดการแก่กันและกันต่อไปได้

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

  • องค์ความรู้ในการบริหารจัดการบัญชี-การเงิน เพื่อจัดการระบบบัญชีและการเงินภายในโครงการให้มีระบบ มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบ หรือทำความเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการสื่อสารกับองค์กรภายนอกที่ต้องการสนับสนุนช่วยเหลือต่อไปได้
  • องค์ความรู้ด้านการจัดกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก และวัยรุ่น เพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนากิจกรรมต่างๆ ในโครงการในการส่งเสริมและบำบัดรักษาเยาวสตรีที่อยู่ในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

เงินทุน 3 ล้านบาท ต่อปี เพื่อใช้ในการดูแลและส่งเสริมเยาวสตรี 90 คน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ค่าส่งเสริมการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนของเยาวสตรีในโครงการ 480,000 บาท
  • ค่าเดินทางสำหรับเยาวสตรีในโครงการ 180,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาล 120,000 บาท
  • ค่าอาหาร 600,000 บาท
  • ค่าอุปกรณ์สำรหับฝึกอาชีพ (กิจกรรมบำบัด) 180,000 บาท
  • ค่าแผนกจัดการ (ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่) 1,200,000 บาท
  • ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ-ไฟ) 240,000 บาท

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิได้มุ่งมั่นช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เหล่าสตรีและเยาวชนที่อยู่ในชุมชนหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่ในภาวะเสี่ยงโดยไม่จำกัดศาสนาและข้อผูกมัดใดๆ เพื่อช่วยให้เหล่าสตรีและเยาวชนเหล่านั้นหลุดพ้นจากวงจรของความยากจนและการทารุณที่ไม่เป็นธรรมต่างๆได้

เจ้าของโครงการ

ซิสเตอร์ยาณี ภานุรักษ์
มูลนิธิบ้านศรีชุมพาบาล
มูลนิธิ

ข้อมูลติดต่อ

yaneergs@yahoo.com
081-3063831
http://
https://www.facebook.com/

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน