Social Ctract Farming ( Grassroots Innovation Fund )

บริการเกษตรอินทรีย์ครบวงจรสำหรับเกษตรกรรายย่อย เพื่อสร้างทางเลือกที่ดีในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนชนบท

  • คน/ความรู้
%
  • เครือข่าย
  • เครือข่ายความร่วมมือภาคส่วนต่างๆสนับสนุนชุมชนในการทำเกษตรผสมผสาน
0%
  • เงิน/ทรัพยากร
  • 30,350 บาทต่อชุด(ขุดนา 1 ไร่คืนป่า 3 ไร่)
0%
GREEN  GROWTH_Pitch GLAB -31-01-58
การสร้างศูนย์การแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเกษตรรายย่อย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนจังหวัดอุทัยธานี

การสร้างศูนย์การผลิตและการแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรรายย่อย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ จะช่วยสร้างรายได้ที่เป็นธรรม (Fair Trade) ให้กับเกษตรกรผู้ผลิตรายย่อยแล้ว ลดปัญหาเรื่องการกดราคารับซื้อผลผลิต สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน พร้อมกันนี้ยังส่งผ่านสินค้าคุณภาพเกษตรอินทรีย์ไปยังผู้บริโภค ที่มีจิตสำนึกร่วมกันในรักษา ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์เพื่อปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารของจังหวัดอุทัยธานี

  • คน/ความรู้
%
  • เครือข่าย
%
  • เงิน/ทรัพยากร
%
1442836560255
เมล็ดพันธุ์ชุมชน

เป็นโครงการที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการผลิตผักปลอดสารพิษ สร้างความยั่งยืนให้กับ ดิน น้ำ ป่าไม้และเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน โดยการสร้างแกนนำด้านเกษตรปลอดสาร สร้างเครือข่าย และการรณรงค์ เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภค เกิดการตระหนักและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ให้มองย้อนกลับไปถึงความสำคัญของ ดิน น้ำ ป่าไม้และเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน อีกทั้งยังมองไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบการผลิตอาหาร

  • คน/ความรู้
%
  • เครือข่าย
%
  • เงิน/ทรัพยากร
%
Picture for CBT
คนกล้าคืนถิ่น

จากปัญหาวิกฤติของเกษตรกรจนทำให้รายย่อยอ่อนล้า พึ่งตนเองไม่ได้ ไม่คุ้มค่าคุ้มทุน ต้องสูญเสียที่ดิน ละทิ้งถิ่นฐาน ปล่อยให้คนชราและเด็กอยู่กันตามลำพัง จนทำให้การพัฒนาในชนบทขาดพลัง แม้ปัจจุบันจะมีรูปธรรมความสำเร็จของการพึ่งตนเองได้ในรูปแบบต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่เมื่อเทียบกับเกษตรกรทั่วประเทศก็ถือเป็นส่วนน้อย การส่งเสริมแก้ไขยังตามไม่ทันปัญหาที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การร่วมไม้ร่วมมือผนึกกำลังจนได้พลังมากพอถึงขั้นเกิดเป็นมวลเปลี่ยนวิกฤติ (Critical Mass) ขนาดพลิกฟื้นวิกฤติได้ ภาคส่วนต่าง ๆ จึงร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” เพื่อสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเองได้อย่างมั่งคั่ง พอเพียง สมดุลกับการใช้ทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิผลและสอดคล้องกับกระแสสังคมที่เบื่อหน่าย หมดหวังกับความสุดโต่งของความเจริญด้านวัตถุในปัจจุบัน เพื่อกลับไปเป็นต้นแบบและผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ในท้องถิ่น โดยผู้ผ่านกระบวนการ บ่มเพาะ หนุนเสริม ร่วมคิดพาลงมือทำและติดตามเป็นพี่เลี้ยงจนสัมฤทธิ์ผล จะได้นำเอาสิ่งที่ได้ทดลองลงมือทำจริงเป็นประสบการณ์ตรงไปต่อยอด สร้างการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในชุมชนท้องถิ่นต่อไป
โครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” สานพลังร่วมขับเคลื่อนจากกว่า ๒๐ องค์กรเครือข่ายเพื่อปลดล็อคการพัฒนาท้องถิ่นชนบทโดยการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนคนหนุ่มสาวให้คืนถิ่นมาร่วมพิสูจน์การพึ่งตนได้อย่างมั่นคงเพื่อช่วยเสริมพลังที่อ่อนล้าของคนชราและเด็กในชนบท โดยเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไป เป็นผู้มีความตั้งใจจริงที่จะใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการอบรมบ่มเพาะ ๕ วัน จากนั้นจะคัดผู้ที่เข้าอบรมมาลงมือปฏิบัติพร้อมกับการเรียนรู้การแก้ปัญหาในพื้นที่จริงเป็นเวลา ๕ เดือน ในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม – กันยายน ๒๕๕๘ โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากกูรูและรับการสนับสนุนปัจจัยเพื่อการผลิต ให้คนกล้าได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนา เพื่อยืนหยัดใช้วิถีเกษตรแบบพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

25%
  • คน/ความรู้
  • ปราชญ์ชาวบ้าน กระบวนกร พี่เลี้ยงคนกล้า จนท.ภาคสนาม อาสาสมัครคนกล้า
0%
  • เครือข่าย
  • เครือข่ายภาคเอกชน รัฐ การศึกษา ร่วมขยายผลคนกล้าคืนถิ่น
50%
  • เงิน/ทรัพยากร
  • ทุนสนับสนุนคนกล้าคืนถิ่น 28,000 บาท ต่อคน (จำนวน 1,600 คน)
30%
Untitled-4
โครงการบูรณาการอาหารปลอดภัย เชียงรายเป็นสุข

1) สร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัย ประกอบด้วยเครือข่ายเกษตรกร เครือข่ายร้านอาหาร และเครือข่ายผู้บริโภค  2) ทำการตลาดและสร้างช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย   3) บูรณาการการทำงานภาคีเครือข่ายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอาหารปลอดภัย โดยบูรณาการในด้านนโยบาย งบประมาณ องค์ความรู้ และกำลังคน เพื่อพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานอาหารปลอดภัยในจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะทำให้ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคมีสุขภาวะที่ดีขึ้น  และ 4) พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรและสุขภาพ  เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้นจากการทำการเกษตรปลอดภัยและจากการท่องเที่ยว

  • คน/ความรู้
  • บุคลากรร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่/ความรู้ด้านการสื่อสาร การตลาด การพัฒนาเครือข่าย
0%
  • เครือข่าย
  • หน่วยงานภาครัฐร่วมผลักดันความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารสู่ระดับนโยบาย
0%
  • เงิน/ทรัพยากร
  • ทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาโปรแกรมการซื้อขายและระบบข้อมูล ระหว่างเกษตรกร ร้านอาหาร โรงแรม
0%
7
โครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในอ่าวพังงา

อ่าวพังงาเป็นอาณาบริเวณที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาดใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต ชายฝั่งของจังหวัดพังงาด้านตะวันออกและด้านใต้ รวมทั้งชายฝั่งจังหวัดกระบี่และจังหวัดตรังทั้งหมด อ่าวพังงานับว่าเป็นผืนน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของน่านน้ำไทย เนื่องจากมีป่าชายเลนเป็นบริเวณกว้างกระจายอยู่ทั่วทั้งอ่าวในทุกจังหวัด ทำให้เป็นแหล่งวางไข่ชั้นดีของสัตว์น้ำนานาชนิด(Spawning Ground) ทั้งยังเป็นแหล่งเลี้ยงตัวในวัยอ่อนของสัตว์น้ำ(Nursery Ground) โดยเป็นแหล่งหลบซ่อนของสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อเลี้ยงตัวจนกว่าจะเจริญเติบโตและอพยพออกไปอยู่ในทะเลลึกต่อไป นอกจากนี้ พื้นที่ชายฝั่งของอ่าวพังงายังประกอบไปด้วยเกาะแก่งต่างๆ มากมาย ทั้งที่เป็นหาดทรายที่สวยงามขาวสะอาด มีทั้งแนวปะการังตามธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และที่เป็นเพิงผาที่มีถ้ำ หินงอกหินย้อยที่สวยงาม พื้นที่บางแห่งมีน้ำทะเลที่ใสสะอาดราวกับกระจก บางแห่งเป็นพื้นโคลนที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด จะเห็นได้ว่า อ่าวพังงาเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก เนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่มากมายนี่เอง เป็นสาเหตุให้อ่าวพังงาจึงเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลตามธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนที่อาศัยอยู่โดนรอบมานานนับศตวรรษ ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาทางด้านเครื่องมือการทำการประมงที่ทันสมัย โดยสามารถจับสัตว์น้ำได้ครั้งละปริมาณที่สูง มีห้องเย็นที่สามารถที่จะเก็บรักษาสัตว์น้ำ รวมถึงการแปรรูปและการเก็บถนอมรักษาให้สามารถไว้ได้นาน ทำให้เป็นปัจจัยส่งเสริมให้มีการจับสัตว์น้ำกันอย่างมากด้วยโดยเครื่องมือทำการประมงที่หลากหลาย และต่อเนื่องมานานหลายปี

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นยังมีการลักลอบทำการประมงด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการทำประมงแบบทำลายล้าง เน้นการจับให้ได้สูงสุด แต่ไม่ได้คำนึงถึงความยั่งยืนและอยู่รอดเพื่อการสืบเผ่าพันธุ์ของสัตว์น้ำจนส่งผลให้การจับสัตว์น้ำเกินกำลังการผลิตของแหล่งน้ำ (Overfishing) ทำให้อ่าวพังงาเกิดความเสื่อมโทรม ลงตามลำดับ ต่อมาทั้งทางภาครัฐจึงต้องออกมาตราการต่างๆขึ้นเพื่อเยียวยาให้อ่าวพังงากลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง เช่นการใช้มาตราการห้ามอวนลากอวนรุนเข้ามาทำการประมงในเขต 3 กิโลเมตรจากฝั่ง การกำหนดมาตราการปิดอ่าวห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือบางชนิดในช่วงฤดูสัตว์น้ำวางไข่และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน การยกเลิกการใช้เครื่องมือบางชนิดที่เป็นการทำการประมงแบบทำลายล้าง เป็นต้น ตลอดทั้งยังมีชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบอ่าวพังงาเริ่มมีความรักหวงแหนเริ่มลุกขึ้นมาเรียกร้องและต่อสู้มากขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำสามารถเริ่มกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ได้ระดับหนึ่ง ประกอบกับปัจจุบันพื้นที่รอบๆอ่าวพังงาได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ความต้องการบริโภคอาหารทะเลก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งให้เกิดการบริหารจัดการอ่าวพังงาให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อที่จะสามารถรองรับความต้องการอาหารทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่าเพียงพอ และมีการวางแผนการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

  • คน/ความรู้
  • เจ้าหน้าที่ภาคสนามลงปฏิบัติงานในพื้นที่/ความรู้การบริหารจัดการชายฝั่ง/สิทธิชุมชน
0%
  • เครือข่าย
  • เครือข่ายร่วมสร้างเสริมความเข้มแข็งชุมชนและเข้าใจสิทธิชุมชน
0%
  • เงิน/ทรัพยากร
  • ต้องการงบประมาณสนับสนุน 6,000,000 บาท/2 ปี
0%
DSC_0090
โครงการสร้างศูนย์การเรียนรู้ โรงสีข้าวอินทรีย์ วิถีพอเพียง แบบครบวงจร

โครงการอบรมเกษตรกร ในการแปรรูปสินค้าข้าวโดยการเพิ่มมูลค่า และคุณค่าผลผลิตข้าวแก่กลุ่มสมาชิกเกษตรอินทรีย์บ้านทวารไพร เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การทำโรงสีข้าวอินทรีย์ วิถีพอเพียง แบบครบวงจรรวมทั้งการบริหารจัดการสหกรณ์ชุมชน การบัญชี การจัดการภายในระยะเวลา ๑ ปี

  • คน/ความรู้
  • ผู้ที่มีความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร/การบริหารจัดการแบบสหกรณ์
0%
  • เครือข่าย
  • ภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนและช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ
0%
  • เงิน/ทรัพยากร
  • ต้องการรับการสนับสนุนเงิน 700,000 บาท
0%