Handup Network

โครงการพิเศษที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนโครงการเพื่อสังคม
Picture2

เกี่ยวกับโครงการ

HandUp Network เครือข่าย Pro Bono Volunteer ตัวกลางเชื่อมโยงบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจที่ต้องการพัฒนาตนเองผ่านการเรียนรู้มิติเชิงสังคม กับองค์กรภาคสังคมที่ต้องการเพิ่มศักยภาพให้องค์กรของตนเองเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยอาสาสมัครจะได้ใช้ทักษะความถนัดของตนช่วยพัฒนาองค์กรภาคสังคมให้ทำงานแก้ไขปัญหาทางสังคมนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมากไปกว่าผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงาน บุคคลจากภาคเอกชนและภาคสังคมได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีต่อกัน เป็นการเรียนรู้ข้ามสายงานที่พัฒนาภายในตนเองสืบไป

ปัญหาและที่มา (Why)

ข้อจำกัดของการเพิ่มขีดความสามารถองค์กรภาคสังคมในประเทศไทย (Lack of capacity in social sector)

องค์กรภาคสังคมจำนวนน้อยมากในประเทศไทยที่สามารถก่อร่างสร้างตัวจนเป็นองค์กรที่มีความแข็งแรง เป็นต้นแบบที่ให้คำปรึกษาและสามารถดำรงค์อยู่ในยุคสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากทั้งการขาดทักษะการบริหารจัดการภายในองค์กรเอง รวมไปถึงการขาดการสนับสนุนองค์ความรู้ในหลายๆด้านต่อบุคลากรในภาคสังคม

ในขณะเดียวกันหากเรามององค์กรภาคสังคมเป็นองค์กรที่ต้องทำตามเจตจำนงค์ของเจ้าของเงินหรือผู้บริจาคแล้ว ผู้บริจาคส่วนใหญ่ต้องการให้องค์กรภาคสังคมกำจัดความยากจน หรือเข้ามาแก้ไขปัญหาทางสังคมที่นับวันจะยิ่งสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยมีผู้บริจาคเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่คำนึงถึง “ขีดความสามารถ” หรือ “ศักยภาพ” ขององค์กรภาคสังคม เราคาดหวังว่าเมื่อบริจาคเงินแล้ว เงินของเราจะถูกนำไปให้เด็ก เงินของเราจะนำไปช่วยคนแก่ให้มากที่สุด (ยิ่งทุกบาททุกสตางค์ได้จะยิ่งดีมาก) และแม้องค์กรภาคสังคมนำเงินบริจาคไปเพื่อ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมขององค์กร เราก็จะรู้สึกว่าเราไม่ได้อยากบริจาคเงินเพื่อไปเป็นเงินเดือนของคนเหล่านี้ หรือเพื่อนำไปใช้ในการลงข่าวประชาสัมพันธ์ เป็นต้น  

 

ขณะที่นับวันองค์กรภาคสังคมต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน และมีพลวัตรสูงมากยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาทางสังคมจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถ ความร่วมมือระหว่างหลายองค์กรและการปรับตัวอย่างมากเพื่อให้เท่าทันกับปัญหาในยุคสมัยปัจจุบัน หลายต่อหลายองค์กรในภาคสังคมไม่สามารถว่าจ้างบุคลากรที่มีทักษะได้ตรงตามที่ต้องการ รวมไปถึงงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรของตนเองนั้นก็มีอย่างจำกัด (หรือบางองค์กรแทบไม่มีงบประมาณนส่วนนี้เลย) ทำให้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหานั้นนับวันจะยิ่งตอบสนองต่อปัญหาได้ลดลง

ทางแก้ปัญหา (How)

ทักษะของบุคลากรที่มีความสามารถของประเทศ (Untapped professional skills)

อาสาสมัครเป็นทรัพยากรที่มองไม่เห็น (Invisible resources) ที่มีขนาดใหญ่มากของประเทศ

งานหลายๆอย่างต้องการบุคคลากรที่ต่างกัน  ซึ่งปัญหาของภาคสังคมแท้จริงแล้วประเทศเรามีคนที่มีทักษะ สามารถประยุกต์ใช้กับสถานการณ์เพื่อแก้ไขปัญหาได้ แต่ติดว่าเขาทำงานองค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เราจะทำอย่างไรได้บ้างให้คนเหล่านี้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาสังคม

สิ่งที่เราหมายมั่นจะสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้นั้นคือ “อาสาถนัด” (Volunteer your expertise)

“อาสาถนัด” เป็นศัพท์ใหม่ที่ทางทีม Hand up คิดขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายแนวความคิดเรื่อง Pro Bono volunteer ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ใหม่มากๆในไทย หากจะอธิบายโดยง่าย “อาสาถนัด” ก็คือ การที่คุณมาทำงานอาสาในสิ่งที่คุณทำได้ดี ( Volunteer your expertise )

แนวคิดของพวกเราก็คือเราต้องการพัฒนางานอาสา ที่ทั้งมีประโยชน์ต่อสังคม และสามารถสร้างเสริมและพัฒนาทักษะที่พวกเขามีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น

เรา "พัฒนาโครงการอาสาสมัครที่เข้าไปเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรภาคสังคม" (Capacity Building) ที่สนุก และมีความท้าท้ายต่อขีดความสามารถของเหล่าอาสาที่จะมาเข้าร่วม เราเชื่อว่าหากอาสาสมัครได้ทำงานอาสาที่ตอบโจทย์ พัฒนาความสามารถ อาสาสมัครได้ลองใช้ความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือสังคม จะทำให้อาสาสมัครพึงพอใจ มีความสุข และจะสามารถลดปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของอาสาสมัครผู้เข้าร่วม และความไม่น่าสนใจของกิจกรรมอาสาสมัครก็จะลดลง

ในประเทศอินเดีย องค์กร Rural Innovation Network เมือง Chennai ได้อาสาสมัครเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยล มาช่วยในการคิดการวางแผนเชิงยุทธ์เป็นให้กับการทำตลาดสินค้านวัตกรรมชาวบ้าน ทำให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่มีคุณค่ามาช่วยพัฒนาระบบรากหญ้า ให้มีการคิดเป็นธุรกิจเพื่อสังคมมากขึ้น ซึ่งเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเท่ากับไปจ้างที่ปรึกษาบริษัทเอกชนทั่วไป องค์กรทางด้านสังคมควรเปลี่ยนความคิดที่จะเอาอาสาสมัครมาทำงานทดแทนงานจ้าง โดยให้อาสาสมัครทำในงานที่ไม่สามารถจ้างบุคคลทั่วไปมาทำได้ เพราะอาสาสมัครเหล่านี้จะเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรทางสังคมอย่างมาก

ดังนั้น เราเชื่อว่าการออกแบบงานอาสาให้เกิดความท้าทาย เกิดการพัฒนาความสามารถเชิงวิชาชีพจริงๆ อีกทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรภาคสังคม ดังเช่น โครงการที่ผ่านมาของ Handup Network อาทิ โครงการ Re-Branding มูลนิธิ, การสร้างระบบ CRM ให้ SE ใหม่, การช่วยคิด Business Model ให้กับกลุ่มละครคนตาบอด, และการช่วยกันพัฒนากลยุทธ์การระดมทุนให้กับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ เป็นต้น 

ซึ่งการทำงานอาสาประเภทนี้จะอาสาสมัครจะได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมกันพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมอย่าง "มีประสิทธิภาพ" และ "ยั่งยืน"  อีกทั้งยังต่อยอดความสามารถ สามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาโอกาสทางอาชีพการงานได้จริง 

มันจะดีกว่าไหม ถ้างานอาสาที่เรากำลังจะไปทำนั้นตรงกับวิชาชีพหรือความรู้และประสบการณ์ที่เรามี  แล้วจะดีกว่าไหมถ้าหากงานอาสานั้น ไม่ได้ทำแล้วจบไป แต่ยังสามารถช่วยพัฒนาและขัดเกลาทักษะทางด้านวิชาชีพให้กับทั้งตัวเรา ภาคสังคม และมากไปกว่านั้น ถ้าหากงานอาสาสามารถส่งเสริมให้เรามีหน้าที่การงานที่ดีขึ้นได้

 

สังคมนี้ยังมีคนดีๆ อีกจำนวนมาก ที่พร้อมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคนอื่น เมื่อ เวลาและโอกาสมีความเหมาะสม พวกเราเชื่อเช่นนั้น

วิธีการทำงาน

Handup Network เราเชื่อในการสร้างสรรค์โครงการร่วมกัน (Co-Creation) กับองค์กรภาคสังคม

กระบวนการการทำงานของทีม จะเริ่มตั้งแต่การเข้าไปศึกษาความเป็นองค์กรนั้น ๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราพบว่าองค์กรภาคสังคมส่วนใหญ่ ไม่สามารถพัฒนาโครงการที่เหมาะสมกับทักษะทางธุรกิจได้เอง ด้วยความร่วมมือกับทีมร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ มูลนิธิเพื่อคนไทย G-Lab และกลุ่ม Thai Young Philanthropist Netowork(TYPN) เราได้พัฒนากระบวนการทำงานตั้งแต่ชุดคำถามเพื่อทำความเข้าใจองค์กร คิดและวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาองค์กรและกิจกรรมต่างๆร่วมกัน จนกระทั่งศึกษาความเป็นไปได้ หลังจากนั้นจึงนำมาออกแบบเป็นโครงการอาสาถนัด Pro Bono Volunteer ที่มีความน่าสนใจ สามารถตอบโจทย์ด้านการพัฒนาทักษะของอาสาสมัครจากภาคธุรกิจ และช่วยองค์กรภาคสังคมไปพร้อมๆกัน 

 

จากนั้น Handup Network จะเป็นเสมือนฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้องค์กรภาคสังคม คัดเลือกอาสาสมัครจากองค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีความเหมาะสมกับโครงการนั้นๆ มารวมทีมทำงานในแต่ละตำแหน่งที่เราได้ออกแบบไว้ มีการจัดฝึกอบรมเบื้องต้นสำหรับอาสาสมัคร สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน อันนำพาให้ผู้คนจากหลายภาคส่วนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อาสาสมัครช่วยกันระดมความคิด แบ่งปันความรู้และสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่องค์กรภาคสังคมภายในระยะเวลาที่กำหนด เสร็จสิ้นออกมาเป็นกระบวนการวิธีการพัฒนาองค์กร และทีมอาสาสมัครได้ถ่ายทอดแผนงานให้แก่องค์กรได้เริ่มลงมือทำ โดยมีทีมอาสาสมัครคอยช่วยดูแลให้คำปรึกษาอยู่เป็นระยะ

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Handup Network เริ่มดำเนินการมาประมาณ 1 ปี โดยรับรางวัลชนะเลิศ แผนธุรกิจเพื่อสังคมจากโครงการ Banpu Champion For Change#5 และได้สร้างสรรค์โครงการอาสาสมัคร Pro Bono กับองค์กรภาคสังคมไปแล้วทั้งสิ้น 7 โครงการด้วยกัน

(โครงการหนึ่งจะดำเนินการร่วมกับองค์กรภาคสังคม เป็นระยะเวลา 3 เดือน) 

 

มีอาสาสมัครที่สมัครเข้ามาจากองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนชั้นนำในประเทศไทย กว่า 300 คน 

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

จากวันที่เราได้ดำเนินการวันแรกจนถึงปัจจุบัน เรามีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรูปแบบโครงการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของภาคสังคม และอาสาสมัครให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ 

เป้าหมายระยะสั้นของเรา คือ การเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร ให้สามารถรองรับโครงการพัฒนาองค์กรภาคสังคมได้จำนวนมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ปัจจุบัน Handup Network มีทีมงานหลัก 2 คน และทีมงาน Part-time อีก 5 คน ซึ่งนั่นทำให้เราไม่สามารถช่วยเหลือองค์กรภาคสังคมได้อย่างเต็มที่ เราคาดหวังว่าภายในปีนี้ Handup Network อยากจะเข้าไปพัฒนาองค์กรภาคสังคม ให้ได้มากขึ้นอย่างน้อย 15 องค์กรต่อปี รวมไปถึงพัฒนาโครงการที่มีความเหมาะสมกับ องค์กรภาคธุรกิจให้สามารถส่งพนักงานมาเข้าร่วมโครงการกับเราและสรรค์สร้างวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาสังคมร่วมกัน

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

นอกเหนือจากเป้าหมายข้างต้นแล้ว เรายังมีสิ่งที่เรายังไม่สามารถทำได้ ณ ตอนนี้ จากทรัพยากรตั้งต้น แต่เราอยากผลักดันให้เกิดขึ้นในระยะยาว (Re-Invest) ดังนี้  

1.        การพัฒนาให้เกิดการอาสาสมัครในองค์กรธุรกิจ และภาคอื่นๆ (professional/employee volunteerism)   

งานอาสาสมัครต่อบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถใช้เป้าหมายดังกล่าวส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของทรัพยากรบุคคลไปในแนวยั่งยืนได้ ถ้าพนักงานมีจิตสำนึกที่ดี มุมมองของพนักงานที่มีต่อบริษัทก็จะดีไปด้วย สร้างมูลค่าเพิ่มกับธุรกิจ ไปสู่การมีข้อได้เปรียบเหนือกว่า โดยเราอยากใช้อาสาสมัครเป็นแกนหนุนหลักให้เกิดสิ่งเหล่านี้

เราอยากพัฒนาให้เกิดการอาสาสมัครในองค์กรธุรกิจ 

2.                       Volunteering Research Center

 

สิ่งที่เราค้นพบคือในประเทศไทยไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานอาสาและเป็นการทำงานที่เป็นระบบเท่าที่ควร ภาครัฐเองก็ไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายการทำงานที่สลับซับซ้อน และภาคสังคมเองก็ขาดการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบ ทำให้งานวิจัยส่วนใหญ่ขาดข้อมูลที่สามารถสะท้อนถึงความเป็นจริง อาจกล่าวได้ว่าอาสาสมัครเป็นทรัพยากรที่มองไม่เห็น (Invisible resources) ที่มีขนาดใหญ่มากของประเทศ เราจึงอยากนำกำไรส่วนที่เหลือไปสร้างงานวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และระบบในการดูแลอาสาสมัครให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมของงานอาสาสมัครเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอาสาสมัครในประเทศไทยได้

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

Hand Up มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมของกลุ่มคนที่มีความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสังคมจากจุดที่ตนเองสามารถทำได้ไปด้วยกัน เราจะเป็นกระบอกเสียงสื่อสารต่อคนในสังคมให้ได้รับรู้ว่าสิ่งเล็กน้อยที่แต่ละคนยกมือขึ้นมาช่วยกันนั้น ได้สร้างแรงเคลื่อนไหวแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมอย่างไร เพื่อให้ผู้คนอีกมากได้เข้าถึง เข้าใจและอยากเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น นำไปสู่สังคมที่ทุนนิยมอยู่ร่วมกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

·        ทางด้านบุคคล

การทำงานอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคม และกลุ่มบุคคลต่างๆที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้านนั้น นอกจากทำให้บุคคลนั้นมีโอกาสในการใช้ความสามารถของตนเองให้เป็นประโยชน์แล้วยังเป็นการพัฒนาความรู้ทักษะต่างๆมากขึ้นอีก โดยเฉพาะในทางปฏิบัติ เนื่องด้วยอาสาสมัครจะต้องประยุกต์ความรู้ความสามารถที่ตนมีกับปัญหา หรือสถานการณ์จริงให้ได้ ซึ่งเชื่อได้ว่า ประสบการณ์เหล่านั้นอาจเปรียบเสมือนการฝึกงานในอีกมุมมองหนึ่ง หรือจะนำประสบการณ์ Volunteer Work นี้ไปใช้ประกอบในการสมัครงานก็ได้  

  • ทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ
 

การประเมินจำนวนอาสาสมัคร ที่ปฏิบัติงานอาสาถนัด เราคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดให้ คนที่มีความเชี่ยวชาญมาทำงานอาสามากขึ้นในปีต่อไป อย่างน้อย 100 คน บนสมมุติฐานเฉลี่ยของอาสาสมัครเป็น วันต่อเดือน  ในขณะที่การทำงานอาสาที่ใช้ทักษะเฉพาะมีมูลค่าสูง ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับมูลค่าในตลาดของทักษะเฉพาะนั้น แต่เราตั้งสมมติฐานเป็นค่าเฉลี่ยที่ค่าจ้างวันละ 800 บาท ซึ่งจะสามารถเกิดเป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจได้สูงถึงปีละ 800 บาท * 4 วันต่อเดือน * 12 เดือน * 100 คน

รวมทั้งสิ้นภาคสังคมสามารถประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจได้สูงถึงปีละ    =     3,840,000 (สามล้านแปดแสนสี่หมื่นบาท) ต่อปี

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

แฮนอัพ เองก็พยายามที่จะประยุกต์ใช้อาสาสมัครในองค์กรของเราเองเช่นกัน เนื่องจากเราเป็นองค์กรขนาดเล็กที่มี Capacity องค์กรจำกัด หลายๆงาน เราก็ให้อาสาสมัครเป็นคนช่วย และเราก็เปิดรับ หากจะมีคนต้องการเข้ามาเป็นอาสาสมัครเพื่อพัฒนาองค์กรของเรา

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

เรามีความตั้งใจ อยากจะพัฒนาระบบงานอาสาสมัครสำหรับองค์กรภาคธุรกิจ ดังนั้นหากองค์กรของท่านมีความสนใจอยากจะยกระดับการทำงาน CSR ของท่านให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ก็สามารถทำได้ทั้งติดต่อเราโดยตรงเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน หรือการส่งทีมพนักงานมาพัฒนาสังคมร่วมกันกับเรา 

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

แฮนอัพยินดีอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่สนใจจะเป็น Intellectual Partner กับเรา

ในขณะที่เราทำโครงการจัดอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อไปเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรอื่น แต่ในขณะเดียวกันแฮนอัพเองก็ยินดีเปิดรับความเชี่ยวชาญจากองค์กรต่างๆ ที่สนใจจะสนับสนุนความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แฮนอัพสามารถไปช่วยคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจจะจัดเป็นโครงการอาสาสมัครจากพนักงานในองค์กรของท่านเพื่อมาทำงานร่วมกับเรา ไม่ว่าจะเป็น

1)    องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี 

2)    องค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์โครงการ

 

3)    องค์ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ และการสร้างภาพลักษณ์องค์กร

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

แฮนอัพต้องการเงินทุน จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงปีแรก โดยแบ่งออกเป็นค่าจ้างพนักงานเพิ่ม ค่าใช้จ่ายในกระบวนการทำงาน ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าใช้จ่ายในการทำงานวิจัย 

ในปัจจุบัน Handup Netowrk ช่วยพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรภาคสังคม โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากภาคสังคมและอาสาสมัครที่เข้าร่วม 

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

HandUp Network เครือข่าย Pro Bono Volunteer ตัวกลางเชื่อมโยงบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจที่ต้องการพัฒนาตนเองผ่านการเรียนรู้มิติเชิงสังคม กับองค์กรภาคสังคมที่ต้องการเพิ่มศักยภาพให้องค์กรของตนเองเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยอาสาสมัครจะได้ใช้ทักษะความถนัดของตนช่วยพัฒนาองค์กรภาคสังคมให้ทำงานแก้ไขปัญหาทางสังคมนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมากไปกว่าผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงาน บุคคลจากภาคเอกชนและภาคสังคมได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีต่อกัน เป็นการเรียนรู้ข้ามสายงานที่พัฒนาภายในตนเองสืบไป

เจ้าของโครงการ

นายศรวุฒิ ปิงคลาศัย
Handup Network
บริษัท

ข้อมูลติดต่อ

Handup.thailand@gmail.com
0813006738
http://
https://www.facebook.com/Handup.network/

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน