Social Ctract Farming ( Grassroots Innovation Fund )

ระบบนิเวศอาหารยั่งยืน

เกี่ยวกับโครงการ

บริการเกษตรอินทรีย์ครบวงจรสำหรับเกษตรกรรายย่อย เพื่อสร้างทางเลือกที่ดีในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนชนบท

ปัญหาและที่มา (Why)

- แนวโน้มความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรลดลง เนื่องจากเห็นว่ายุ่งยาก และมีแรงจูงใจจากโครงการด้านการเกษตรขนาดใหญ่ทั้งของภาครัฐและเอกชน - เกษตรกรอยู่ห่างไกลจากร้านค้าปัจจัยการผลิต และผู้เชี่ยวชาญ - ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความผันผวนของตลาดเกษตร - เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการทำเกษตรอินทรีย์ - เคมีเกษตรมีผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมชนบท

ทางแก้ปัญหา (How)

- ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจ และความมั่นคงในการประกอบอาชีพ - สร้างช่องทางการกระจายปัจจัยการผลิตและการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ - จำหน่ายปัจจัยการผลิตราคาถูก พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรกับสินเชื่อปัจจัยการผลิต และตลาดรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ - สร้างเครือข่ายเกษตรกร และระบบสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญภาคสนาม - มีระบบการตรวจรับรองคุณภาพและความปลอดภัยตลอดกระบวนการผลิตของเกษตรกรรายย่อย

วิธีการทำงาน

ใช้ระบบ “เกษตรพันธะสัญญาชุมชน” ( Social Contract Farming ) - สินเชื่อปัจจัยการผลิตอินทรีย์ โดยการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนนวัตกรรมชาวบ้านในการผลิตปัจจัยการผลิตอินทรีย์และส่งมอบให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ชนบท ซึ่งเกษตรกรไม่ต้องจ่ายเงินสด และหักต้นทุนจากราคารับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเริ่มต้นการทำเกษตรอินทรีย์ได้ง่าย - บริการให้คำปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญภาคสนาม เพื่อเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพที่ดีในการผลิตทางการเกษตรโดยการตรวจสภาพดิน อากาศ น้ำ ฯลฯ ตรวจรับรองมาตรฐาน และให้คำปรึกษาถึงพื้นที่ทำกินของเกษตรกรรายย่อย - ประกันราคารับซื้อพร้อมเชื่อมโยงตลาด เพื่อประกันความมั่นคงในเรื่องรายได้ให้กับเกษตรกร โดยประกาศและคาดการณ์ราคารับซื้อล่วงหน้า และทำการตลาดเชิงรุกตามแนวทาง “การตลาดนำการผลิต”

สถานะและความสำเร็จในปัจจุบัน

1. รายจ่ายของเกษตรกรลดลง 45% และรายได้เพิ่มขึ้น 32% 2. เกษตรกรมีสุขภาพดีขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่า 14 % 3. ลดพื้นที่ปนเปื้อนสารเคมีมีพิษทางการเกษตรลงไม่น้อยกว่าปีละ 800 ไร่ 4. เกษตรกรรายย่อยมีความสุขเพิ่มขึ้นและได้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มไม่น้อยกว่า 9 % 5. การลงทุนของ บริษัท นวัตกรรมชาวบ้าน จำกัด ทุก 1 บาท จะได้ผลตอบแทนทางสังคมกลับมา 2.58 บาท *** จากรายงานประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน ( Social Return On Investment : SROI ) บริษัท นวัตกรรมชาวบ้าน จำกัด โดย สฤณี อาชวานันทกุล และคณะทีมวิจัยจากศูนย์วิสาหกิจแบบยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาต ( สกส. )

เป้าหมายของโครงการในช่วง 1 ปี ข้างหน้า

- จากการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนพบว่า กองทุนมีแนวโน้มที่สามารถคืนทุนภายในปีแรก และคาดการณ์ว่าจะมีกำไร = 169,230 บาท และจะมีกำไรคาดการณ์ในปีที่สอง = 1,667,552 บาท - กองทุนมีแนวโน้มที่จะสร้างกำไรให้กับเกษตรกรที่เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ดังนี้ 1) ข้าวอินทรีย์ มีกำไรประมาณ 4,750 บาท / ปี 2) มะนาวอินทรีย์ มีกำไรประมาณ 30,900 บาท/ปี 3) ไก่ไข่อินทรีย์ มีกำไรประมาณ 45,000 บาท/ปี 4) ไม้ยืนต้นพื้นเมือง มีกำไรประมาณ 23,500 บาท/ปี - กองทุนมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนครอบครัวเกษตรกรจากการเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรอินทรีย์ จำนวน 200 ครอบครัวในปีแรก และ 500 ครอบครัวในปีที่สอง และเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมมาเป็นเกษตรอินทรีย์ จำนวน 800 ไร่ในปีแรก และ 2,500 ไร่ในปีที่สอง

เป้าหมายของโครงการในช่วง 3 ปี ข้างหน้า

- กองทุนมีแนวโน้มที่สามารถคืนทุนและมีกำไรในปีที่ 3 = 5,576,300 บาท - กองทุนมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนครอบครัวเกษตรกรจากการเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรอินทรีย์ จำนวน 1,500 ครอบครัวในปีที่สาม และเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมมาเป็นเกษตรอินทรีย์ จำนวน 7,500 ไร่ในปีที่สาม

เป้าหมายระยะยาวที่โครงการนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม

- เกษตรกรมีกำไรจากการทำอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น (ยากจนลดลง) - เกษตรกรมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น - มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อมลดลง - เกษตรกรมีความสุขกับการดำรงชีวิตในชนบทมากขึ้น

ความสำเร็จของโครงการและวิธีวัดผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

1. ความสำเร็จของโครงการ คือ "ความเป็นอยู่ที่่ดีของคนชนบท" 2. ตัวชี้วัดของโครงการมี 4 ตัวชี้วัด - รายได้,รายจ่าย,หนี้สินของเกษตรกรรายย่อย - สุขภาพของเกษตรกรรายย่อย - สภาพแวดล้อมในที่ทำกินของเกษตรกร - ความสุขในการดำรงชีวิตในชนบท 3. ใช้วิธีการประเมินผลกระทบทางสังคมของกิจการด้วยวิธี Social Impact Assessment : SIA และวัดผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน Social Return On Investment : SROI

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านคนอย่างไรบ้าง

1.ผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาด้านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับปัจจัยการผลิตอินทรีย์ ( ปุ๋ยอินทรีย์,เมล็ดพันธุ์,สารชีวภาพกำจัดศัตรูพืช ) ซึ่งเป็นตลาดระดับเกษตรกร และผลิตภัณฑ์จากผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ( ข้าว,พืชผัก,ไข่ไก่ ) ซึงเป็นตลาดระดับผู้บริโภคในชุมชนเมือง ซึ่งบุคลากรด้านนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อย 2.อาสาสมัครหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ซึ่งบุคลากรในด้านนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้มีคุณภาพ และมีปริมาณผลผลิตที่คุ้มค่ากับการลงทุนของเกษตรกร

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านเครือข่ายภาคีอย่างไรบ้าง

- เชื่อมโยงกับภาคีหรือเครือข่ายด้านตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โดยการเชื่อมโยงจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งความรู้ พัฒนาทักษะของบุคลากร และโอกาสทางการตลาด

โครงการต้องการการสนับสนุนด้านองค์ความรู้อย่างไรบ้าง

- ต้องการการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับปัจจัยการผลิตอินทรีย์ ( ปุ๋ยอินทรีย์,เมล็ดพันธุ์,สารชีวภาพกำจัดศัตรูพืช ) และผลิตภัณฑ์จากผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ( ข้าว,พืชผัก,ไข่ไก่ ) ซึ่งความรู้เหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อย

โครงการมีความต้องการการสนับสนุนด้านเเหล่งทุนอย่างไรบ้าง

สินเชื่อปัจจัยการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ ( 150 ราย ) แบ่งเป็น 3 ระดับ 1.ระดับต้น ( ยังไม่เคยทำเกษตรอินทรีย์จริงจัง ) 10,000 บาท x 70 ราย ( ทำเฉพาะข้าวอินทรีย์ ) ในงบประมาณ 700,000 บาท 2.ระดับกลาง ( เคยทำเกษตรอินทรีย์ 1-3 ปี ) 30,000 บาท x 50 ราย (ทำข้าวอินทรีย์ และมะนาวอินทรีย์) ในงบประมาณ 1,500,000 บาท 3.ระดับสูง ( เคยทำเกษตรอินทรีย์มากกว่า 3 ปี ) 50,000 บาท x 30 ราย (ทำข้าวอินทรีย์ มะนาวอินทรีย์ และไก่ไข่อินทรีย์) ในงบประมาณ 1,500,000 บาท รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 3,700,000 บาท

รายละเอียดองค์กรที่รับผิดชอบโครงการ

ก่อตั้งเมื่อปี 2552 โดยใช้แนวคิดกิจการเพื่อสังคม ( Social Enterprise ) มีจุดมุ่งหมายในการให้บริการเกษตรอินทรีย์ครบวงจรสำหรับเกษตรกรรายย่อยในชนบท ให้สามารถที่จะปรับเปลี่ยนวิถีทางในการเกษตรจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “เกษตรพันธะสัญญาชุมชน” ( Social Contract Farming ) ให้สินเชื่อปัจจัยการผลิต + เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา + ประกันราคารับซื้อ โดยมุ่งหวังว่ากระบวนการนี้จะช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และมีความสุขในการดำรงชีวิตในชนบท เราเริ่มจากเกษตรกรเพียงแค่ 10 ครอบครัวในปีแรก และเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 350 ครอบครัวในปัจจุบัน โดยมีพื้นที่การทำงานครอบคลุม 4 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ผลิตภัณฑ์หลักของกิจการมีสองกลุ่มหลัก คือ ปัจจัยการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ ( ปุ๋ยอินทรีย์, เมล็ดพันธุ์อินทรีย์ และสารชีวภาพกำจัดศัตรูพืช ) และผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ( ข้าวกล้องอินทรีย์, น้ำข้าวกล้อง, น้ำมะนาว, ไข่ไก่อินทรีย์ )

เจ้าของโครงการ

นายนาวี นาควัชระ
บริษัท นวัตกรรมชาวบ้าน จำกัด
Social Enterprise

ข้อมูลติดต่อ

jacknawee@gmail.com
0933279184

https://www.facebook.com/profile.php?id=100008306855170&fref=ts

สนับสนุนโครงการนี้

ชื่อ-นามสกุล

เบอร์ติดต่อ

อีเมล

องค์กร/หน่วยงาน

คุณต้องการสนับสนุนเรื่องใด?

 คน/ความรู้ เครือข่าย เงิน/ทรัพยากร

รายละเอียดการสนับสนุน