ปลุกพลัง “อาสาสมัคร” สร้างสังคมยั่งยืน คุณช่วยได้ !!!

ปลุกพลัง “อาสาสมัคร” สร้างสังคมยั่งยืน คุณช่วยได้ !!!

เมื่อเทียบกับปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบันที่มีทีท่าว่าจะขยายความรุนแรงขึ้นจึงเป็นความท้าทายของการดำเนินการตาม“เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) 17 เป้าหมาย ซึ่งเป็นแนวทางในการกำกับดูแลการพัฒนาของโลกระหว่างปี 2016-2030 และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ลงนามร่วมกับภาคีสมาชิก ในการรับรองฉันทามติเป้าหมายการพัฒนา แต่ลำพังการจัดการของภาครัฐอาจจะไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิผลมากเท่ากับการร่วมมือกันทุกภาคส่วน

งานอาสาสมัคร (Volunteering) ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานด้านการพัฒนามายาวนานและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะประสบความสำเร็จได้นั้น องค์ประกอบสำคัญหนึ่ง คือ “อาสาสมัคร” ซึ่งจะเป็นพลังหนุนเสริมกิจกรรมซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของสังคม

เราจึงได้เห็นพลังของคนในสังคมที่พร้อมลงมือแก้ปัญหา จนเกิดกระแสความตื่นตัวของงาน “อาสาสมัคร” เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อเร็วๆนี้มีการประชุมระดับชาติด้านการอาสาสมัครครั้งที่ 3 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ระหว่างวันที่ 9-10 มกราคม เกิดขึ้นโดยเครือข่ายจิตอาสาและภาคีกว่า 100 องค์กร เป็นอีกเวทีหนึ่งในการร่วมหาแนวทางจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อพัฒนางานอาสาสมัครให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

DKML0658

“กระบวนการอาสาสมัครมีส่วนช่วยสังคม ตั้งเเต่เหตุการณ์สึนามิจนถึงปัจจุบัน สังคมให้ความสนใจการทำงานอาสาสมัครมากขึ้นและกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งบุคคล หน่วยงาน เอกชน รัฐ ก็มีการนำกระบวนการอาสาสมัครเข้าไปเป็นเครื่องมือในโครงการต่างๆ” นันทินี มาลานนท์ ผู้จัดการเครือข่ายจิตอาสา (Volunteer Spirit Network) กล่าว

ขณะที่ตัวเลขของอาสาสมัครในประเทศไทยพบว่ามีจำนวนกว่า 4 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าสังคมเริ่มตื่นตัวกับงานอาสาสมัครมากขึ้น

“วัฒนธรรมไทยมีความเป็นจิตอาสา ดังนั้นกระบวนการอาสาสมัครในประเทศไทยจึงเริ่มได้ง่าย” นภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว

หัทยา วงษ์แสงไพบูลย์” องค์การหน่วยอาสาสมัครประเทศอังกฤษ (VSO) กล่าวว่าจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างบทบาทอาสาสมัครกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน17เป้าหมาย ด้วยการทำงานข้ามภาคส่วนที่เข้มข้นและการมีส่วนร่วมมากขึ้น

6

“การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนต้องนำความเข้มแข็งของแต่ละองค์กรมาใช้ เช่น การสร้างโครงการที่มีส่วนร่วมของชุมชน จะต้องชัดเจนเเละมาจากสิ่งที่ชุมชนต้องการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ”

การพัฒนาที่ยั่งยืนสู่การปฏิบัติด้วยกระบวนการอาสาสมัคร

เราอาจหาความรู้มากมายจากการอ่านได้ แต่ในแง่ของประสบการณ์แล้ว การเรียนรู้จากผู้อื่น คือ คำตอบที่จะเพิ่มมุมมอง ความรู้ และข้อระมัดระวังใหม่ ๆ ให้กับเรา

7

คลูรี อาห์น ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิราเฟล อินเตอร์เนชั่นแนล ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์แก่คนยากจนในประเทศกำลังพัฒนาและให้การสนับสนุนด้านการศึกษาและวัสดุแก่เจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพในท้องถิ่นเพื่อให้การดูแลทางการแพทย์อย่างยั่งยืน เล่าว่า รู้สึกเห็นใจแรงงานชาวปากีสถานในเกาหลีใต้ที่มีปัญหาการรับบริการทางการแพทย์ จึงได้ร่วมกับเพื่อนก่อตั้งคลินิกให้บริการทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือ ปรากฏว่าภายใน 2 ปี ขยายการให้บริการมากกว่า 20 แห่ง ทุกวันนี้พวกเขายังคงทำงานนี้ และเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นที่ประสบปัญหา ด้วยการให้ความรู้และอบรมให้นักเรียนแพทย์นั่นเอง

มาดูที่ประเทศไทยงานอาสาสมัครในกลุ่มธุรกิจก็มีความเข้มข้นไม่น้อย

บริษัท นีลสัน (ประเทศไทย) จำกัด  องค์กรจัดเรทติ้งรายการระดับโลก ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานอาสาสมัครโดยนำจุดแข็งของธุรกิจ เช่น ข้อมูล ความรู้ความสามารถด้านกลยุทธ์ทางการตลาดมาสร้างผลกระทบต่อสังคม ได้ริเริ่มทำงานกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง โดยเป็นที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำและพัฒนาธุรกิจพื่อสังคม (Social Enterprise)ที่อยู่ในเครือข่าย

somwalee

“งานจิตอาสาเป็นการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ที่มีในบริษัท ที่ทำโดยไม่ได้คำนึงแค่ตัวเอง แต่คิดถึงสังคมด้วย” สมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

som

ปิยนิตย์ ขวัญพูลศรี ผู้อำนวยการงานสื่อสารองค์กร กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ กล่าวว่า งานอาสาสมัครของกลุ่มบริษัท พรีเมียร์ มาจากแนวคิดองค์กรที่เชื่อเรื่อง “ความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน” สิ่งที่ดีต่อธุรกิจต้องส่งผลดีกับพนักงานและสังคมด้วย การส่งเสริมแนวคิดนี้ต้องปลูกฝังพนักงานเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วม หรือ Active Citizen

พัดชา มหาทุมะรัตน์ รองผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ มูลนิธิเพื่อคนไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้มีการส่งเสริมพนักงานอาสาสมัครพร้อมๆ กับการริเริ่มโครงการซีเอสอาร์ โดยปัจจุบันภาคธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาพนักงานผ่านการทำงานอาสาสมัคร

“องค์กรธุรกิจมีความเข้าใจงานอาสาสมัครมากขึ้นเพราะเเต่ละองค์กรมีความเข้มเเข็งยิ่งมาเจอกันก็จะเข้มเเข็งมากขึ้น สังคมเเละธุรกิจก็จะเติบโตด้วย”

“จิตอาสา” งานที่เพิ่มค่าความเป็นมนุษย์

มีตัวอย่างที่น่าสนใจจากคนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานอาสาสมัคร

เมษ์ทิวา ถาวรพินิจธรรม ผู้เข้าร่วมงานนี้ กล่าวว่า กว่า 9 ปีแล้วที่เธอเข้ามาสู่การเป็นอาสาสมัคร เธอเป็นหนึ่งในผู้จัดกิจกรรมระดมทุนเล็กๆเพื่อมอบให้กับองค์กรที่ทำงานด้านนี้นำไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

“รู้สึกว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่เราสนใจและช่วยสังคมให้ดีขึ้น เมื่อมีทักษะความรู้ ความเข้าใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จึงประยุกต์ใช้เพื่อเข้ากับกิจกรรมอาสาสมัครที่เราสนใจ ขับเคลื่อนและเป็นพลังให้กับสังคมแม้เราจะเป็นคนตัวเล็กๆ” เมษ์ทิวา กล่าว

ดานียล มาร์โค ซัคฟรายด์ ผันตัวเองจากการเป็นอาสาสมัครมาร่วมก่อตั้งมูลนิธิเกื้อฝันเด็ก กล่าวว่า คนที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครมักคิดว่างานอาสาสมัครเป็นงานในฝันแต่ความเป็นจริงงานอาสาสมัครเป็นงานที่หนัก ต้องใช้ความพยายามและความอดทน

เขาย้ำเตือนว่า ใครก็ตามที่ต้องการทำงานอาสาสมัครควรค้นหาให้เจอว่างานด้านใดที่จะสร้างพลังชีวิตอย่างแท้จริงซึ่งจะนำมาสู่การเป็นอาสาสมัครที่มีคุณภาพและยั่งยืน

8

“บางคนกำลังมองหางานอาสา ผมอยากให้เเรงบันดาลใจกับคุณว่าในชีวิตคุณจะมีบางอย่างที่คุณรักที่จะทำ และมีบางอย่างที่ทำได้ดีจึงมีคนจ่ายเงินให้คุณทำเเละสุดท้ายมีสิ่งที่โลกต้องการ เรียกว่า บริการและถ้าสิ่งที่โลกต้องการเป็นสิ่งที่คุณรักที่จะทำ นั่นคือ ธรรมชาติในตัวคุณได้เรียกร้องให้คุณทำซึ่งทำเเล้วมีความสุข” ดานียล มาร์โค ซัคฟรายด์ กล่าว

บ่มเพาะ “จิตอาสา”ให้เยาวชนเพื่อความยั่งยืน

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เริ่มกระบวนการอาสาสมัครตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิ ปัจจุบันมีกิจกรรมอาสาสมัครหลากหลายรูปแบบ

5

“เราบริหารงานโดยให้โจทย์ แล้วลงมือทำ เน้นการมีส่วนร่วม ประเด็นสำคัญก็คือทำอย่างไรจึงจะให้นักศึกษาที่เรียนจบออกไปเข้าใจว่าโลกเราต้องการ การพัฒนาอย่างยั่งยืน เเละเราต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังมากแค่ไหน”

 “รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หลังจากได้เข้าร่วมงานนี้ ทำให้พบรูปเเบบการพัฒนาอาสาสมัครในมหาวิทยาลัย การเชื่อมโยงพันธกิจของมหาวิทยาลัยผ่านกระบวนการจิตอาสา

“สิ่งที่จะทำต่อไปคือทำให้เกิดการมีส่วนร่วมแบบข้ามเครือข่ายมากขึ้น เพื่อจะได้นำบทเรียนจากเครือข่ายต่างๆมาปรับใช้ในมหาวิทยาลัย”

ดวงรักษ์ เลิศมั่งมี” มูลนิธิวายไอวาย กล่าวว่า จำเป็นต้องยกระดับกระบวนการอาสาสมัครในเยาวชน “พลังของเยาวชนมีหลากหลายต้องการให้มองเยาวชนเป็นภาคประชาสังคม ยกระดับให้เท่ากันเพื่อดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาในการเข้ามาช่วยเหลือสังคมมากขึ้น”

2

ผลลัพธ์ที่ได้จากกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าอาสาสมัครมีส่วนร่วมในงานได้หลายระดับ และไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็สามารถสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ทั้งสิ้น ที่สำคัญ…ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม ที่ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นได้

ถ้าคุณเป็นผู้มีจิตอาสา สามารถติดตามกิจกรรมดีๆและร่วมเป็นอาสาสมัครกับ “เครือข่ายจิตอาสา” สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.volunteerspirit.org

ถ้าคุณต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะต้องการสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มคนที่ทำเรื่องดีๆเพื่อสังคม สามารถทำได้ผ่าน “เทใจดอทคอม” www.taejai.com

ถ้าคุณต้องการช่วยแก้ปัญหาการศึกษาของเด็กไทยสามารถสนับสนุนทั้งเงินทุนและร่วมเป็นอาสาสมัครกับมูลนิธิยุวพัฒน์ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.yuvabadhanafoundation.org/index.html

ถ้าคุณต้องการช่วยเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาสามารถสนับสนุนทั้งเงินทุนกับโครงการร้อยพลังการศึกษา สามารถติดตามข้อมูล ที่เฟซบุ๊คร้อยพลังการศึกษา https://www.facebook.com/ThailandCollaborationForEducation/?ref=bookmarks

และถ้าคุณสนใจข่าวสารเกี่ยวกับพลเมืองที่มีส่วนร่วมกับพละกำลังที่คนเหล่านี้ช่วยเหลือสังคมและมองหาโอกาสที่จะทำงานร่วมกับพวกเขาเหล่านี้ ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.khonthaifoundation.org/th/landing หรือเฟซบุ๊ค www.facebook.com/KhonThaiFoundation